อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2564

"สุขภาพต้องมาพร้อมกับการทำงาน"  หลักทำงานที่เปลี่ยนไปของ "แอนเจลิส บาเลก"

ดีไซเนอร์มากฝีมือ “แองจี้ - แอนเจลิส บาเลก” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์“เอบี แอนเจลิส บาเลก” (AB Angelys Balek) พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2564 เวลา 13.12 น.

พาแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยโลดแล่นสร้างชื่อเสียงอยู่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปมาหลายปี แม้ปัจจุบันดีไซเนอร์มากฝีมือ แองจี้ - แอนเจลิส บาเลก” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์“เอบี แอนเจลิส บาเลก” (AB Angelys Balek) ลดทอนธุรกิจให้เหลือเพียงคอลเลกชั่นว่ายน้ำ เพื่อให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตมากขึ้น ทว่าผลงานแต่ละคอลเลกชั่นยังคงความโดดเด่น โดยเฉพาะคอลเลกชั่นแคปซูล 2020 อย่าง “เรนโบว์ แกลม” ที่ร่วมออกแบบกับ “แอนนา เดลโล รุสโซ่” แฟชั่นไอคอนชื่อดัง ที่ทำให้คุณแองจี้ก้าวสู่การเป็นสมาชิกสมาคมนักออกแบบแฟชั่นแห่งอเมริกา (Council of Fashion Designers of America)



คุณแองจี้เล่าถึงความสนใจด้านแฟชั่นที่มีมาตั้งแต่เด็กว่า คุณพ่อเป็นอดีตผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี รวมถึงทำธุรกิจส่วนตัวด้านอิเล็กทรอนิกส์และอสังหาริมทรัพย์ แต่เนื่องจากตัวเองเป็นลูกคนเดียวและเป็นเหมือนลูกหลงคุณพ่อจึงไม่ได้คาดหวังว่าต้องทำธุรกิจต่อจากท่าน อย่างไรก็ตามในสมัยนั้นคุณพ่ออยากให้เลือกเรียนแพทย์หรืออาชีพอื่นที่ดูจริงจังมากกว่า ซึ่งตัวเองไม่ได้ชอบสายอาชีพที่คุณพ่ออยากให้เป็น และอยากทำงานทางสายศิลปะอย่างการออกแบบผลิตภัณฑ์มากกว่า ตอนนั้นประเทศไทยยังไม่มีการเปิดให้เรียนด้านแฟชั่น การชื่นชอบแฟชั่นเป็นเพียงแค่กลุ่มสังคมหนึ่งเท่านั้น ตัวเองจึงเลือกศึกษาต่อปริญญาตรีคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาทัศนศลป์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ



“ส่วนตัวชื่นชอบแฟชั่นมาตลอด ชอบดูช่องเอฟทีวี ซื้อหนังสือแฟชั่นอ่าน ชอบเสพข่าวด้านแฟชั่น แต่สมัยนั้นประเทศไทยยังไม่เปิดกว้างเท่าไร จึงเรียนไฟน์อาร์ตซึ่งเป็นพื้นฐานด้านศิลปะไปก่อน หลังเรียนจบจึงเริ่มวางแผนชีวิตตัวเองและตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อสายวิชาชีพแฟชั่นโดยตรง ที่วิทยาลัยแฟชั่นลอนดอน (London College of Fashion  - LCF) ประเทศอังกฤษ ตอนนั้นชอบรองเท้ามากแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ กระทั่งไปเรียนต่อที่แฟชั่น อินสทิทิวส์ ออฟ อเมริกา (Fashion Institute of Technology - FIT) รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะทำรองเท้าได้อย่างไร จึงตัดสินใจเบนเข็มไปทางเสื้อผ้าเต็มตัว เนื่องจากครูเห็นว่ามีแววและแนะนำให้ทำคอลเลกชั่นส่งเข้าประกวดและทำเทรดโชว์” คุณแองจี้เล่าถึงเส้นทางสายแฟชั่



การส่งผลงานประกวดและทำเทรดโชว์เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ชื่อ “แอนเจลิส บาเลก” เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งต่อมาคุณแองจี้ตัดสินใจจำหน่ายคอลเลกชั่นที่ออกแบบทั้งในสหรัฐอเมริกา และเปิดหน้าร้านที่สยามสแควร์ ในประเทศไทยด้วย  ช่วงนั้นตัวเองจึงต้องทำงานควบพร้อมกันสองประเทศ “ยากมาก ยากแบบร้องไห้ทุกวัน ร้องไปเลยดีกว่า แต่ถ้าเลิกก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนั้นบอกกับตัวเองแบบนี้ทุกวัน จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกตัวเองว่ายาก มันมีโจทย์ใหม่ ๆ เข้ามาท้าทายเราตลอดเวลา เมื่อก่อนทุ่มให้การทำงานแบบสุดตัว ต้องนั่งวีลแชร์ทำงานก็ไม่เป็นไร เพราะการไปอยู่ตรงนั้นได้ต้องอดหลับอดนอนทำงานตามเวลาประเทศเขา” คุณแองจี้เผย ก่อนบอกว่า แอนเจลิส บาเลกก็เริ่มเป็นที่รู้จักในสหรัฐอเมริกาหลังจากเริ่มประกวดวูเมนส์ แวร์ เดลี่ (Women’s Wear Daily) ไม่นาน แต่ในประเทศไทยยังไม่มีคนรู้จักมากนัก จนชนะการประกวดที่อเมริกาจึงมีห้างสรรพสินค้าติดต่อนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย และปิดสาขาที่สยามสแควร์ ทำให้การดูแลธุรกิจในประเทศไทยง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องดูแลหน้าร้านด้วยตัวเอง จึงโฟกัสกับการประกวดที่ต่างประเทศได้มากขึ้น กระทั่งส่งผลงานประกวดดับเบิ้ลยูจีเอสเอ็น โกลเบิล แฟชั่น อวอร์ด 2013 (WGSN Global Fashion Awards 2013) ของประเทศอังกฤษ และติด 1 ใน 4 ผู้เข้ารอบสุดท้ายจึงเริ่มเป็นที่รู้จักในฝั่งยุโรป



หลังมุ่งมั่นสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ให้เป็นที่รู้จักมาหลายปี ปัจจุบันดีไซเนอร์มากความสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เหลือเพียงชุดว่ายน้ำเพื่อให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น โดยบอกว่า การทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นงานที่หนักมาก จึงหยุดทำมากว่า 3 ปีแล้ว ชุดว่ายน้ำยังคงคาแรกเตอร์ของแอนเจลิส บาเลกที่มีความโดดเด่นแต่สวมใส่ได้จริง แต่ละชิ้นเปรียบเสมือนงานสะสม ซึ่งการทำงานขณะนี้นอกจากมีเวลาพักจากการพัฒนาทีมงานให้มีศักยภาพ ยังมีเวลาโฟกัสกับรายละเอียดของสินค้าต่าง ๆ มากขึ้น



คุณแองจี้เผยถึงหลักการทำงานในปัจจุบันว่า ยังคงออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกวัน เนื่องจากติดเป็นนิสัยไปแล้ว หากวันไหนไม่ได้ทำจะรู้สึกแปลก  ๆ แต่หลักการทำงานคือพยายามเข้าออฟฟิศน้อยลง สื่อสารกับทีมงานผ่านเทคโนโลยีมากขึ้น บริหารเวลาให้รักตัวเองมากขึ้นและดูแลสุขภาพเพื่ออยู่กับทีมงานของแบรนด์ไปนาน ๆ “สุขภาพกับทำงานต้องมาด้วยกัน” เรามีชีวิตแค่ชีวิตเดียว ต้องใช้ชีวิตเพื่อรักตัวเองด้วย

สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณแองจี้ บอกว่า ยังคงอยากทำคอลเลกชั่นแอคเซสเซอรี่และรองเท้าที่เป็นความฝันมาตลอด ซึ่งมีการติดต่อไปแล้วก่อนมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แต่ต้องใช้เวลาในการสำรวจตลาดอีกสักพัก เมื่อก่อนเป็นคนที่อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ตอนนี้จากประสบการณ์ที่มีมาตลอดจึงเข้าใจว่าการจะทำสิ่งใดนั้นต้องมีการสำรวจและทำความเข้าใจตลาดก่อน.  



"รุ่นใหม่ไฟแรง"
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 84