อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

"หลุยส์ เตชะอุบล" ถือคติ "ถ้าเครียดคือขี้เกียจ" บาลานซ์ชีวิตด้วยการ "เลือกคนให้ถูกงาน"

นักลงทุนและผู้บริหารมือทอง "หลุยส์ เตชะอุบล" เผยหลักการทำงาน ขับเคลื่อนเอ แอนด์ ดับบลิว สู่กลุ่มเป้าหมายทุกทุกช่วงวัย ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.00 น.

หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดสำหรับ "หลุยส์ เตชะอุบล" นักลงทุนและผู้บริหารมากฝีมือ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดคว้าร้านอาหารระดับตำนานจากอเมริกาอย่าง “เอ แอนด์ ดับบลิว” (A&W) มาปลุกปั้นจนกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จึงอดไม่ได้ที่จะถามถึงเคล็ดลับการทำงานและการทำธุรกิจของสาวเก่งคนนี้

เติบโตในครอบครัวนักธุรกิจจากการเป็นทายาทคนที่ 3 และเป็นทายาทหญิงเพียงคนเดียวในบุตร-ธิดาจำนวน 4 คนของ “สดาวุธ-อรวรรณ เตชะอุบล” ประธานกรรมการบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ คุณหลุยส์บอกว่า รับรู้ตลอดว่าครอบครัวทำธุรกิจอะไร ต้องไปออฟฟิศกับคุณแม่ตลอด เดินอยู่ในไซต์ก่อสร้างมาตั้งแต่จำความได้ ตามจริงส่วนตัวชอบด้านดนตรีกับศิลปะ แต่เนื่องจากครอบครัวคนจีนส่วนใหญ่อยากให้ลูกเอาดีทางด้านการเงินมากกว่า นอกจากดนตรีกับศิลปะ ตัวเองยังชอบเล่นหุ้นและลงทุนมาตั้งแต่เด็ก เริ่มนำเงินไปลงทุนตั้งแต่ 8 ขวบ จึงตัดสินใจเลือกศึกษาด้านการเงินทั้งในระดับปริญาตรี มหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย และปริญญาโท สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



“หลังเรียนจบรู้เลยว่าตัวเองต้องเป็นนักลงทุน ไปของานทำที่ธนาคารไทยพาณิชย์ แล้วบอกว่าจะเป็นโบรกเกอร์ ทำงานได้ประมาณ 1 ปี คุณพ่อเห็นว่าเราเอาจริง เพราะเราไม่สนใจธุรกิจของครอบครัวเลย ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างขี้เกียจและงก จึงมุ่งมั่นหาเงิน ทำให้ตัวเองมีอิสรภาพทางการเงินให้ได้ อาจเพราะในชีวิตนี้ไม่อยากพึ่งใคร เพราะฉะนั้นวิธีที่เราจะหาเงินได้คือการเป็นนักลงทุน คุณพ่อจึงตัดสินใจซื้อบริษัทโบรกเกอร์มาเลย ก็คืออยู่ดี ๆ ได้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ตั้งแต่อายุ 24 ปี ซึ่งท้าทายมากกับการต้องดูแลพนักงานกว่า 1,000 คน 68 สาขา แต่หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ประมาณ 4 ปี ตัดสินใจแต่งงาน แล้วให้พี่ชายเข้ามาดูแลบริษัทแทน” คุณหลุยส์เล่า



การตัดสินใจแต่งงานและมีทายาททำให้คุณหลุยส์ได้ใช้ชีวิตเป็น “นักลงทุน” ตามที่ใฝ่ฝันนานอยู่ 6 ปี ก่อนกลับสู่การเป็นนักบริหารอีกครั้งจากการซื้อบริษัทด้านวิศวกรรม คุณหลุยส์ เผยว่า พอถึงจุดหนึ่งที่ชีวิตไม่ท้าทายแล้ว ทำให้รู้สึกเบื่อ จึงซื้อบริษัทในตลาดมาแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นไทรทัน โฮลดิ้ง เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว เนื่องจากเห็นโอกาสทางธุรกิจ การทำงานต่างจากเดิมเพราะเป็นบริษัทของตัวเอง ทำให้สามารถตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้ เปลี่ยนจากบริษัทที่ขาดทุนให้กลายเป็นบริษัทที่มีกำไรมาตลอด 4-5 ปี ทำให้เห็นว่า สิ่งสำคัญคือต้องมีคนที่เชื่อใจและมีทีมที่ดี โดยหลักๆ ไทรทันเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวด้านวิศวกรรม เน้นการก่อสร้างที่มีคู่แข่งน้อย เช่น ท่อน้ำมัน และรถไฟที่ถือเป็นอนาคตประเทศไทย รวมถึงโรงไฟฟ้า เป็นต้น



คุณหลุยส์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจึงซื้อโกลคอนที่เป็นธุรกิจด้านอาหาร เพราะอาหารคืออนาคตของโลกนี้ โดยธุรกิจประกอบด้วยแพ็คเกจจิ้ง, อาหารสำเร็จรูป, อาหารแช่แข็ง, ผลไม้แปรรูป เป็นต้น และเริ่มนำเอ แอนด์ ดับบลิว เข้ามาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 ซึ่งเอ แอนด์ ดับบลิว เป็นรายได้แค่ร้อยละ 10 ของโกลคอน แต่มองว่ามันควรจะได้ดีกว่านี้ ถ้ามีการปรับปรุงและการดำเนินงานที่ดีก็สามารถไปได้ดีเหมือนแบรนด์อื่น ๆ เพราะมีทั้งคุณภาพของอาหารและเป็นที่รู้จักของคนจำนวนมากอยู่แล้ว เป็นอะไรที่น่าลองและตัวเองไม่เคยมาเล่นธุรกิจตรงนี้มาก่อน

"สิ่งที่ทำตั้งแต่เดือน ต.ค. มาคือการปรับปรุงแบรนด์ แต่ยังไม่กล้าแตะเมนูเดิมอย่างรูทเบียร์ ไก่ทอด หรือวาฟเฟิล จึงเปิดตัว “เชฟเบอร์เกอร์” ที่เป็นเมนูใหม่เพื่อทดสอบระบบการจัดการต่าง ๆ เหมือนกับการนำรถเก่า ๆ ที่ไม่เคยมาวิ่งกลับมาใช้อีกครั้ง พยายามดูว่าต้องซ่อมจุดไหนบ้าง และตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมาทำให้เรียนรู้หลายอย่าง ทดสอบว่าบุคคลากรแต่ฝ่ายสามารถทำงานได้ระดับไหนกับการบริหารจัดการเชฟเบอร์เกอร์ ที่เป็นเมูระดับพรีเมียมในราคาที่เป็นมิตร ซึ่งประสบความสำเร็จมาก ขึ้นเป็น 1 ใน 10 เมนูขายดีของร้านตลอด แพลนในปีนี้จึงค่อนข้างใหญ่ ความท้าทายคือการทำให้เอ แอนด์ ดับบลิว ที่เป็นร้านอาหารครอบครัว เข้าถึงคนทุกช่วงวัยให้ได้” คุณหลุยส์เผย



หลักการทำงานและการใช้ชีวิตตั้งแต่เด็ก ๆ ส่วนตัวนำคำสอนของครูใหญ่ในโรงเรียนหญิงล้วนที่ออสเตรเลียมาใช้ เขาบอกว่า “ความเครียดคือความขี้เกียจ” ไม่มีอะไรที่ต้องเครียด การที่คุณเครียดหมายความว่าคุณขี้เกียจ ยังมีปัญหาที่ยังไม่แก้ เพราะถ้าเราพยายามทำทุกอย่างในทุกวันให้ดีที่สุด คงไม่มีอะไรให้ตกค้างจนกลายเป็นความเครียด ผู้บริหารมากฝีมือกล่าว ก่อนบอกว่า ทุกวันนี้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ยังทำงานหนักมาก ทำให้รู้ว่า “ไม่อะไรได้มาง่าย ๆ คนรวยไม่ฟลุ๊ค ฉะนั้นเราต้องพยายาม” นอกจากนี้ส่วนตัวยังพยายามปรับสมดุลทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต หากการทำงานเริ่มหนักเกินไปต้องหาคนมาทำงานแทน และต้อง “เลือกคนให้ถูกกับงาน” ไม่ใช่การลงไปทำทุกอย่างด้วยตัวเอง

ปิดท้ายคุณหลุยส์บอกถึงแผนในอนาคตว่ายังมีธุรกิจที่ไม่เคยทำและอยากทำ ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเงินแน่นอน เพราะการลงทุนเป็นสิ่งที่อยู่ในเลือดของตัวเองอยู่แล้ว.




'รุ่นใหม่ไฟแรง'

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 90