อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

'ปุ๊กลุก'รัก'ไมค์'สม่ำเสมอ เปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟน

พูดคุยกับสาว 'ปุ๊กลุก' แบบเอ็กซค์คลูซีฟ กับ 10 ปีในวงการบันเทิง และการผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ พร้อมถึงอัพเดทความรักกับหนุ่ม 'ไมค์' อังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.00 น.


ทำเอานางเอกสาว ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เป็นปลื้มสุด ๆ กับฟีดแบ็กละคร “เล่ห์ลวง” ทางช่องวัน 31 ที่เพิ่งลาจอไปหมาด ๆ เรียกได้ว่าเป็นการคืนจออีกครั้ง หลังจากหมดสัญญากับต้นสังกัดและผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ สัปดาห์นี้คอลัมน์ “ดาวต่างมมุ ” มีโอกาสพูดคุยกับสาวปุ๊กลุกแบบเอ็กซค์คลูซีฟ เลยต้องขออัพเดทถึงเรื่องราวต่าง ๆ และสถานะหัวใจกับพระเอกหนุ่ม ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี ที่เจ้าตัวหลุดปากเรียกว่าแฟนอีกด้วย
 
2 ปีที่ห่างจากงานละครไปเป็นยังไงบ้าง?
“เป็นช่วงเวลาที่เราได้พักและใช้ชีวิตจริง ๆ ได้กลับมาไตร่ตรองดูว่าเรายังอยากเป็นนักแสดงแบบเดิมหรือเปล่า และก็เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเงินสำคัญมาก เลยกลับมาที่งานของเราว่าต้องทำงานให้ดี เพราะเป็นที่มาของเงิน จริง ๆ เราตั้งใจทำงานอยู่แล้วแหละค่ะ แต่การตั้งใจในจุดเดิม เราก็อยู่ที่เดิม พอมีปัจจัยในเรื่องของเงินและชื่อเสียงเข้ามา ก็ทำให้รู้สึกคันไม้คันมืออยากทำงาน กลับมามีไฟอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ปีนึงเราถ่ายละครถึง 3 เรื่อง เลยไม่ได้ซาบซึ้งกับอะไรเลย เงินได้แต่เก็บไม่เคยใช้ เราทำงานขนาดที่ว่าเดินสวนกับใครยังมองไม่เห็นเลย”
 
ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ?
“การมีสังกัดเป็นความรู้สึกที่มั่นคงและปลอดภัย แต่ว่าสิ่งที่เราไม่มีคือวิธีการเอาตัวรอด การที่เราเป็นนักแสดงอิสระ เหมือนเราไม่มีพ่อแม่ที่แท้จริงแล้วไง เราต้องยืนบนลำแข้งตัวเอง ซึ่งข้อดีก็คือทำให้เราทำงานได้หลากหลาย แล้วทำให้เราได้กระตือรือร้นจากที่เราอยู่ในจุดที่คิดว่า ยังไงก็มีงานอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุเราตอนนี้ เราไม่ได้อยากทำอะไรเยอะอยู่แล้ว คงเลือกเป็นงาน ๆ ไป กับโปรเจคท์ที่เราคิดว่าดีและเหมาะสมกับเรา”
 
10 ปีในวงการบันเทิงของปุ๊กลุก?
“ตอนแรกคิดว่าตัวเองอยากเป็นนักกฎหมาย แต่จับพลัดจับผลูมาประกวดนางงามได้ที่ 1 แล้วก็เข้าวงการบันเทิง ช่วง 3-4 ปีแรก ก็มีคิดว่าหรือไม่ใช่ตัวเรา แต่ก็มาฮึดสู้อีกทีนึง พอรู้ตัวอีกทีก็ไปที่อื่นไม่ได้แล้ว เราก็คงรักและผูกพันกับอาชีพนี้แหละ”
 
 

ช่วง 3-4 ปีแรกในวงการเกิดอะไรขึ้น?
“ตอนนั้นเรารักการแสดงนะ แต่คนไม่ชอบเสพงานเรา มีคอมเมนต์เข้ามาเยอะ บางคนบอกว่ากลับไปเป็นนางงามไหม เราเลยกลับมาคิดทบทวนตัวเอง แต่ใจก็อยากลองให้ถึงที่สุดก่อน ลองไปเรียนการแสดง เลือกบทที่เหมาะกับเราจริง ๆ ช่วงที่เราเล่นละครเรื่องแรก ๆ เหมือนเราตั้งใจเกินไป กลายเป็นว่าทุกอย่างเราตั้งใจไปหมดจนไม่มีเสน่ห์ การเล่นละครคือการเป็นตัวละคร
ในแบบที่เป็นตัวเอง แต่ไม่ใช่การตั้งใจท่องบทเลยหาจุดที่เราและคนดูก็ชอบ”
 
เมื่อต้องถูกจับจ้องเรื่องส่วนตัว?
“ตอนเด็ก ๆ เราก็รู้สึกอึดอัดนะคะแต่วันนึงก็คิดได้ว่าถ้าคุณยังถูกจับจ้องแสดงว่าคุณยังเป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นพี่ ๆ นักข่าว แฟนคลับ หรือประชาชนที่เดินตามท้องถนน ถ้าเขาไม่ทักคุณนั่นหมายถึงว่า คุณไม่ดัง คุณไม่มีชื่อเสียง ช่วงที่เราเฟดจากวงการบันเทิง ช่วงที่เราเงียบ แวบแรกเรามีความสุขมากเลยนะ เดินแล้วไม่มีคนมาทัก เรามีพื้นที่ส่วนตัวแต่พอเริ่มเข้าปีที่ 2 เรารู้สึกว่าหมดเวลาแล้วกับคำว่าพัก”
 
ระมัดระวังที่จะตอบเรื่องความรักด้วย?
“ตอนเด็ก ๆ เราไม่เคยดูข่าวกอซซิปอะไรเลย จนวันนึงก้าวเข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง แล้วจับพลัดจับผลูไปคบกับนักแสดงท่านหนึ่งที่เป็นคาสโนว่าเวลาที่เราสัมภาษณ์เราไม่ได้คิดอะไรเลย พี่ ๆ นักข่าวมาถาม ก็ตอบไปตามความจริง เวลามีอารมณ์ก็ร้อยเปอร์เซ็นต์ เวลาโกรธก็ร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากไม่สามารถเสแสร้งแล้ว ยังไม่สามารถประดิษฐ์คำพูดได้ด้วย ยังไม่เข้าใจว่าสารอะไรที่เราอยากให้คนดูเห็นพอโตขึ้นเราไม่ได้โกหกนะ แต่แค่บางสารเราก็ไม่ควรให้กระทบกับคนอื่น ตอนนี้เลยตอบว่า “อ๋อ...หนูไม่พูดถึงค่ะ พี่ไปถามเขาเถอะ” เรามีวิธีการจัดการมากขึ้นระมัดระวังมากขึ้น กับความรักก็เช่นเดียวกันถ้าเราเปิดอะไรมากเกินไป แต่ยังไม่แน่นอนก็ไม่ควรมาบอกว่า มีความสุขมาก ขอให้ฉันมั่นใจก่อน”
 


สัมภาษณ์ล่าสุดแฟน ๆ กรี๊ดกร๊าด หลุดปากเรียกแฟน?
“เบลอมากเลยค่ะ ตอนที่ทุกคนกรี๊ด หนูยังอะไรเหรอคะ พี่ ๆนักข่าวก็บอกว่าเมื่อกี้ปุ๊กพูดว่าแฟน เราก็อ้าวพูดแล้วเหรอนั่นแหละ โป๊ะค่ะ (หัวเราะ)”
 
ดูรีแลกซ์ขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ นะ?
“อาจจะนานขึ้นด้วยค่ะ ตอนแรกเราเป็นเพื่อนกันมานานมาก เราก็คิดว่าถ้าต้องเปลี่ยนสถานะจะได้หรือเปล่า มีตั้งหลายคนที่เป็นเพื่อนกันแล้วพอมาเป็นแฟนกันแล้วมันไม่เวิร์ก ด้วยหน้าที่การงานที่ตรงกัน เหมือนกันทุกอย่าง ข้อดีก็คือเข้าใจกันในการทำงาน แต่ข้อเสียก็คือฉันก็เจอคนหล่อ เธอก็เจอคนสวยวงการเรารู้อยู่ว่าไม่ใช่สังคมที่พับเพียบเรียบร้อย เลยนิ่ง ๆ ไว้ก่อนดีกว่า”
 
ไมค์มีคู่จิ้นหลายคนเลย?
“เราก็แฮปปี้นะ เพราะทุกครั้งที่เขามีคู่จิ้น งานก็เข้ามาเรื่อย ๆ เราไม่ได้รู้สึกว่าเขาต้องห้ามจิ้นกับคนอื่น ห้ามลงรูปคู่กับคนอื่น ถ้าไม่ลงจะโกรธด้วยเพราะคือการทำงาน แต่ชีวิตจริงก็อีกเรื่องนึง (ยิ้ม)”
 
ไมค์เป็นคนค่อนข้างสม่ำเสมอ?
“ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนถึงวันนี้เขายังเหมือนเดิม เขาจะชอบบอกว่ากาแฟห้ามกินมื้อแรกของวันนะครับ ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนมาถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่เปลี่ยน ถ้าอยู่กองถ่ายแล้วกินกาแฟก็จะถามว่ากินข้าวหรือยังครับ เราก็คิดว่าเออก็นานนะ 5-6 ปีแล้วเขาก็ยังเป็นแบบนี้ เรารู้สึกว่าความสม่ำเสมอแบบไม่ต้องหวือหวาก็ดีนะ เป็นความรู้สึกมั่นคง สบายใจ เราจะแชร์กันเรื่องงาน เขาจะมีมาปรึกษาว่าปุ๊กครับ ไมค์มีงานนี้เข้ามานะครับ ปุ๊กว่าเป็นยังไงบ้างเรารู้สึกว่าตรงนี้เราเหมือนเดินไปด้วยกัน แต่ถ้าอะไรตื่นเต้นเราไม่มีค่ะ”
 
อยากแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่?

“จริง ๆ อยากแต่งงานสักตอนอายุ 35 ค่ะ รู้สึกว่าถ้าเลยกว่านี้จะไม่สวยแล้ว จะเหี่ยว (หัวเราะ)”
 

 
กลัวลูกโตไม่ทัน?
“เราไม่ได้อยากมีลูกค่ะ แต่อยากพาพ่อแม่ไปเที่ยว ที่ผ่านมาเราทำงานหนัก จนเราไม่ได้มีเวลาพาเขาไปเที่ยว ช่วงเวลาที่เขาอยู่กับเรามาทั้งชีวิตก็อยากให้คืนบ้าง ถ้าเรามีลูก เราก็ต้องใส่ใจลูก ไม่ได้ดูแลพ่อแม่สักที ก็เลยคิดว่าจะไม่มีค่ะ แต่ทุกคนบอกว่าต้องฝากไข่นะน้อง วันหนึ่งข้างหน้าอาจจะเปลี่ยนใจ ตอนนี้เราอายุ 30 แล้วถ้าฝากก็ต้องฝากช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่ไข่แข็งแรง เอาจริง ๆ ถ้าเป็นลูกครึ่งคงน่ารัก แต่ต้องเปลี่ยนคน (หัวเราะ) แต่คิดว่าคงไม่มีหรอกค่ะ”
 
สุดท้ายฝากถึงแฟนคลับหน่อย?
“ในช่วงชีวิตของเรามีคนเข้ามาเรื่อย ๆ ตามความดังและความนิยม เราอยากขอบคุณคนที่เคยเดินเข้ามาแล้วเดินผ่านไป หรืออาจจะเคยชอบปุ๊กลุกเพราะเขาเป็นนางงาม เคยไปสู้เพื่อประเทศไทยก็แล้วแต่ ขอบคุณทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ดีใจที่ช่วงเวลาหนึ่ง เราได้รู้จักกันได้เจอกัน ขอบคุณสำหรับน้อง ๆ และพี่ ๆ ทุกคนที่ยังไปเจอกันตามงาน ตรงนี้เป็นกำลังใจที่ตีเป็นมูลค่าไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น