อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

ส่องชุด'อแมนด้า'รอบพรีลิมฯ แซ่บสวยฟาด-ปังตาแตก!

ส่องชัดๆ! ชุด “อแมนด้า - ชาลิสา ออบดัม” บนเวที Miss Universe 2020 “รอบพรีลิมมินารี” พร้อมเปิดที่มาความสวยฟาด บอกเลยปังไม่ไหว เสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 13.01 น.


เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม การประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 (ครั้งที่ 69) จัดการประกวดรอบพรีลิมมินารี โดยมีสาวงามเข้าร่วมเข้าการประกวดทั้งหมด 74 ประเทศจากทั่วโลก ณ เซมิโนล ฮาร์ดร็อค โฮเทลแอนด์กาสิโน ฮอลลีวู้ด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
 
โดยมี ทุนซี มิสยูนิเวิร์ส 2019 และ เดมี-ลีห์ ทีโบว์ มิสยูนิเวิร์ส 2017 เป็นพิธีกรทางสีสันในการประกวด ซึ่งเริ่มรอบแรกด้วยการที่สาวงามทั้ง 74 ประเทศเดินโชว์ตัวในชุดราตรีสั้น โดย อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ตัวแทนประเทศไทย ทำผลงานได้ดีในชุดค็อกเทลสีชมพู ก่อนจะต่อด้วยรอบชุดว่ายน้ำที่สาวอแมนด้าได้อวดหุ่นสวยในชุดบิกินนี่ สีฟ้าสดใส เสื้อคลุมสีชมพู ท่ามกลางเสียงเชียร์ลั่นฮอลล์ของแฟนๆนางงาม





จากนั้นทั้ง 74 สาวงามได้เปลี่ยนชุดมาเดินเฉิดฉายในชุดราตรียาวโดยอแมนด้าเดินเฉิดฉายมากับชุดราตรียาวสีทองงาม 2 ชิ้น ปักลายพลุ สีทองอร่ามจากแบรนด์ “วาเลนเทียร์” (VALENTIER) แบรนด์เสื้อผ้า Couture-To-Wear สัญชาติไทย ทำเอาเรียกเสียงชื่นชมจากแฟนๆ ในโลกออนไลน์อย่างล้นหลาม เนื่องจากเป็นชุดที่ทางกองประกวดประเทศไทย และตัวอแมนด้ายังไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

 
อย่างไรก็ตาม สำหรับที่มาในการรังสรรค์ ชุดราตรีสองท่อนสีทอง ของอแมนด้า ลวดลายและเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลุ จากแบรนด์วาเลนเทียร์ โดย “บิ๊ก - ดนวัต พฤกษ์ชินวร” ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึง อแมนด้า และเบื้องหลังชุดราตรีของอแมนด้า บนเวทีรอบพรีลิมมินารี มิสยูเวิร์ส ครั้งที่69 (Miss Universe 2020) ว่า “Fireworks Embellished Two-Pieces Gown” ชุดราตรีสองชิ้น ปักลายพลุ จากแบรนด์วาเลนเทียร์ (Valentier) แบรนด์เสื้อผ้า ready-to-wear สัญชาติไทย



ชุดราตรีสองท่อนสีทองนี้ ถูกเล่าผ่านลวดลายและเฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพลุ หลังจากที่ "คุณบิ๊ก ดนวัต พฤกษ์ชินวร" ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้พูดคุยกับ "อแมนด้า ออบดัม” เกี่ยวกับเรื่องราวที่เธออยากจะบอกผ่านชุดราตรีนี้ ในขณะที่เธอยืนอยู่บนเวที Miss Universe
 
ให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงตัวตนของเธอว่าเธอเปนคนเข็มแข็งมากแค่ไหนและสิ่งสำคัญคือเธออยากจะมีเสียงที่ทรงพลังที่จะบอกไห้ทุกคนบนโลกใบนี้ หันมารับฟังเสียงของกันและกัน เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน
 
พลุ(Firework) จึงเป็นภาพที่ดีไซน์เนอร์ต้องการวาดออกมาเพื่อเป็นตัวแทนทั้งความงามและพลังของผู้หญิงที่ได้พูดและแสดงไห้โลกใบนี้ได้เห็นว่าเธอมีสิ่งที่อยากจะบอก และทุกคนต้องหยุดและหันมาฟังในสิ่งที่เธอต้องการจะพูด เหมือนกับเสียงของพลุ ที่เมื่อไหร่มันถูกจุดขึ้น ทุกคนจะต้องหยุดฟังและหันไปมองว่าพลุนั้นมีความงดงามมากเพียงใด อีกทั้งสีทองของพลุยังเป็นภาพแทนการเฉลิมฉลองความสำเร็จ (Achieve The Universe) ของอแมนด้าที่ได้ต่อสู้และฝ่าฟันไปจนสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ก้าวที่ทุกคนจะหันมามองและรับฟังเธอ และเป็นก้าวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล



หากพูดถึงเทคนิคและดีเทลงานปัก จะเห็นว่ามีความผสมผสานลายเส้นของพลุที่มีความโค้งมนแสดงถึงความอ่อนโยน กับลายกราฟฟิคเส้นตรงที่แสดงถึงความแข็งแรง ทำให้ชุดนี้มีทั้งความอ่อนโยนและความเข้มแข็งรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน งานปักที่ผสมผสานทั้งคริสตัล เลื่อม ลูกปัดและปล้องอ้อย ถูกเรียงและไล่เฉดสีไห้เกิดไดนามิคที่เหมือนกับพลุ โดยใช้เวลาในการปักด้วยมือถึง 720 ชั่วโมง
 
นอกจากนั้นโครงชุด(Silhouette)และคัทติ้งต่างๆยังถูกหยิบยืมมาจากภาพของนักรบหญิง(women warrior) ที่มีความแข็งแกร่ง ทะมัดทะแมงและคล่องตัวสูงและแสดงถึงความพร้อมในการต่อสู้ของอแมนด้าบนเวทีMiss Universe  รวมถึงดีไซน์เนอร์ได้ตั้งใจออกแบบไห้ชุดนี้เป็นสองชิ้น (Two Pieces Gown) เพื่อเพิ่มความโมเดิร์นให้กับชุดและผู้สวมใส่ให้ดูทันสมัย เพราะผู้หญิงยุคใหม่ที่จะก้าวไปสู่ความเป็นสากล ต้องเป็นผู้หญิงที่ทะมัดทะแมงและมีความคล่องตัวสูงสามารถเผชิญสิ่งต่างๆได้ในทุกสถานการณ์



อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องประดับที่นำมาคอมพลีทลุคให้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จากแบรนด์ Jee’s Jewelry แบรนด์เครื่องประดับ Fine Jewelry ของดีไซน์เนอร์ไทยอย่าง “คุณโบ จีรนันท์”  ต่างหูคู่นี้ถูกออกแบบมากจากไอเดียเดียวกับกันชุด (Firework) เพื่อความสมบูรณ์แบบของลุคที่จะนำเสนอบนเวทีระดับโลก ตัวเรือน Gold Plate ที่ประดับไปด้วย พลอยและ White Cubic Zirconia  ที่เสมือนกับแสงไฟที่ถูกจุดขึ้นและส่องสว่างจากภายในสู่ภายนอก  รวมไปถึงตัวเรือนที่ถูก custom made ขึ้นมาโดยเฉพาะ รวมไปถึงการฉลุตัวเรือนและฝังพลอยอย่างปราณีตโดยช่างทองฝีมือที่ดีที่สุดจากทางแบรนด์ ทำให้ได้เครื่องประดับชิ้นที่เหมาะที่สุดสำหรับลุคนี้
 
Couture-To-Wear คือสิ่งที่ วาเลนเทียร์ (Valentier) พยายามนำเสนอมุมมองใหม่ๆไห้กับวงการนางงาม  หลายคนอาจมองว่าเสื้อผ้ากูตูร์เป็นสิ่งที่เอื้อมไม่ถึง ชุดราตรีชุดนี้จึงถูกออกแบบลดทอนลงมา โดยยังคงงานปักและเทคนิคชั้นสูง(Haute Couture)แต่ผสมผสานให้อยู่ในรูปแบบของเสื้อผ้าสำเร็จรูป (Ready-To-Wear) เพื่อให้ดูจับต้องได้มากขึ้น  "นางงามต้องเข้าถึงง่าย  แฟชั่นและความงามก็ควรเป็นสิ่งที่จับต้องได้เช่นเดียวกัน



อย่างไรก็ตาม สำหรับรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 16 พ.ย.64 เวลา 20.00 น.(ตามวันและเวลาท้องถิ่น) ซึ่งจะตรงกับเช้าตรู่วันที่ 17 พ.ค.64 เวลา 07.00 น ช่วงเช้า ตามเวลาประเทศไทย..
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : Miss Universe Thailand, Donnawat Perkchinnaworn

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    8%
  • ไม่เห็นด้วย
    92%

ความคิดเห็น