อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กรกฎาคม 2564

"เอี่ยม-อติคุณ ทองแตง" เติมเต็มความสมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติ

ด้วยความหลงใหลในวนเกษตร “สมดุล อะโกรฟอร์เรสต์ทรี โฮม” คาเฟ่วนเกษตร กลางสวนริมแม่น้ำแม่กลอง ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ แต่ยังเป็นแหล่งการเรียนรู้เติมเต็มพื้นที่ระหว่างคนกับป่าเข้าด้วยกัน ศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลา 14.31 น.


การใช้ชีวิตให้เกิดความสมดุล อาจไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวและไม่จำเป็นที่ทั้งด้านการทำงานและการใช้ชีวิตจะต้องเท่ากันเสมอไป ความสมดุลเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ทุกคนสามารถหาจุดที่พอดีของตัวเอง เช่นเดียวกับ “เอี่ยม-อติคุณ ทองแตง” ทายาทคนเล็กของ “วิชัย-นงลักษณ์ ทองแตง “ นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง นิยามความสมดุลระหว่างธรรมชาติเข้ากับคน ด้วยความหลงใหลในวนเกษตร จึงสร้าง “สมดุล อะโกรฟอร์เรสต์ทรี โฮม” คาเฟ่วนเกษตร กลางสวนริมแม่น้ำแม่กลอง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ที่ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ แต่ยังเป็นแหล่งการเรียนรู้เติมเต็มพื้นที่ระหว่างคนกับป่าเข้าด้วยกัน



อาณาจักรของสมดุล อะโกรฟอร์เรสต์ทรี โฮม ตั้งอยู่บนพื้นที่ 15 ไร่ โอบล้อมด้วยสวนมะพร้าว ป่าต้นสัก ต้นยางนา ต้นตะเคียน ต้นมะฮอกกานี แผ่กิ่งก้านสาขาสร้างร่มเงาให้พืชสมุนไพรนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกาบูรหรืออบเชย มีฟาร์มเลี้ยงไก่อินทรีย์ แปลงผักอินทรีย์ และมีคาเฟ่เล็กๆ ไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ โดยวัตถุดิบภายในร้านส่วนใหญ่ เก็บเกี่ยวมาจากแปลงปลูกผักและเก็บผลผลิตจากสวนมาปรุงเป็นอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ น้ำมะพร้าว, น้ำผึ้ง, ผักสลัด, ไอศกรีมกระทิ และไข่ไก่อินทรีย์ เป็นต้น

จุดเริ่มต้นของคาเฟ่วนเกษตรแห่งนี้ คุณเอี่ยม เล่าว่า ส่วนตัวสนใจสายอนุรักษ์มาตลอด ชอบป่า ชอบธรรมชาติ สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เข้าเป็นสมาชิกชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ  จึงมีเพื่อนสนิท 5 คนได้แก่ เม-เมธาพร ทองแตง , อู๋-บุญชู อู๋, ไอซ์-รังสิมันตุ์ ตันติวุฒิ, กันต์-กันต์ คงสินทรัพย์ และเจมส์-พงศกร โควะวินทวี และเมื่อประมาณ 3 ปีก่อนตั้งใจทำวนเกษตรไม่ได้เป็นคาเฟ่ดังในปัจจุบัน จึงร่วมกับเพื่อนๆ มาเปิดแหล่งการเรียนรู้แห่งนี้ โดยพัฒนาที่ดินริมแม่น้ำแม่กลองของครอบครัวขึ้นมา ด้วยคอนเซ็ปต์หลัก 3 อย่าง ได้แก่ ธรรมชาติ สุขภาพ พึ่งพาตัวเอง



“อยากทำธุรกิจแต่ไม่อยากพรากจากแพสชั่น ในเรื่องของการอนุรักษ์ คิดไปคิดมามองสิ่งที่ทำแล้วไปด้วยกันได้คือ ทำเกษตร เมื่อความคิดตกผลึกหลังเรียนจบ จึงเข้าคอร์สเรียนที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องของ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ “อาจารย์ยักษ์” พอศึกษาแล้วคิดว่าน่าสนใจมาก สามารถทำเกษตรให้พึ่งพาตัวเอง ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าป่าคืออาหาร เวลานั้นมีโอกาสได้รู้จักกับ “พ่อเลี่ยม บุตรจันทา” ปราชญ์ชาวบ้านแห่งสวนออนซอน จ.ฉะเชิงเทรา ที่เน้นเรื่องป่าเป็นหลัก ซึ่งตรงกับความสนใจ จึงไปเรียนรู้อยู่ช่วงหนึ่ง จากฝากตัวเป็นลูกศิษย์ตอนนี้เป็นลูกอีกคนของพ่อเลี่ยมไปแล้ว”

เมื่อดึงประเด็น “วนเกษตร” มาศึกษาต่อ สุดท้ายจึงมาพัฒนาพื้นที่มรดกตกทอดของครอบครัว กลับมาสำรวจที่ดินเพื่อทำเกษตร ปรึกษาปราชญ์ชาวบ้าน มองหาทิศทางที่จะเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้ จึงเกิดแนวคิดอยากทำตรงนี้เป็นแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้คนอื่นๆ มาศึกษาและต่อยอด จึงเป็นสาเหตุให้สร้างคาเฟ่ขึ้นมา เพราะลึกๆ อยากให้คนเข้ามาสัมผัส มาลองว่าสิ่งที่หยิบมาใช้ภายในคาเฟ่นั้น ปลูกและเก็บมาจากสวน ซึ่งสามารถปลูกเองได้ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนความรู้กัน พอเข้ามาจะเห็นว่าที่นี่ปลูกผัก ใช้ผักสลัดทำเสิร์ฟในร้าน เลี้ยงผึ้ง ใช้เมนูน้ำผึ้งทำเครื่องดื่ม ขายกาแฟสเปเชียลตี้ แม้ไม่ได้ปลูกเองแต่เสาะแสวงหาแหล่งปลูกกาแฟที่ปลูกใต้ร่มเงาไม้คือ กาแฟที่ปลูกในวนเกษตรนั่นเอง ข้อดีคือเมล็ดกาแฟจะมีเวลาพัฒนาน้ำตาลสูง มีความหวานและขมมากขึ้น ส่วนมากใช้กาแฟสายพันธุ์อราบิก้าจากเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง



ในฐานะเป็นทายาทนักธุรกิจชื่อดัง คุณเอี่ยมยอมรับว่าไม่ได้หันหลังให้ธุรกิจทั้งหมด เป้าของตัวเองบอกเลยว่า เป็นเรื่องงานอนุรักษ์ แต่จะทำอย่างไรให้คงความเป็นธุรกิจด้วย โดยที่เรายังคงอยู่ตรงนี้ อยากอยู่ในบ้านที่มีต้นไม้เยอะๆ เพราะคือสิ่งที่ชอบและเป็นตัวตนของเรา แรกๆ คุณพ่อคัดค้านบ้าง แต่ท่านทราบว่าชอบด้านนี้ก็ส่งเสริม ถือว่าเป็นโชคดีของตัวเองที่ครอบครัวสนับสนุนในสิ่งที่ชอบ ไม่ได้ห้าม ปล่อยให้ทำตามความฝัน ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ เพราะบางคนอาจต้องขัดกับคุณพ่อคุณแม และบากบั่นพิสูจน์จนกว่าตัวเองจะสำเร็จ ผมโชคดีมากที่บ้านมีความรักและเข้าใจในธรรมชาติเหมือนกัน จึงส่งเสริมเรา คุณพ่อคุณแม่ให้คำแนะนำด้านการใช้ชีวิตมากกว่า ส่วนเรื่องอื่นๆ ไม่ค่อยมาชี้เป้า ปล่อยให้ศึกษาด้วยตัวเอง เพราะวนเกษตรกว้างมาก มีความรู้เฉพาะทางต้องยิบย่อยที่เรียนรู้ไม่มีวันหมด



ที่ผ่านมาการเดินทางสายนี้ คุณเอี่ยมสารภาพว่าเจอปัญหาเยอะพอสมควร แน่นอนว่าตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นตรงที่มีต้นทุนชีวิตมากกว่า แต่ว่าในเรื่องการศึกษา การเริ่มต้น บางทีหลายเรื่องต้องเริ่มใหม่เหมือนกับคนอื่นๆ ต้องบอกว่าทำสายนี้ไม่ใช่สายที่จะหวังผลทางธุรกิจได้เยอะอยู่แล้ว เหมือนทำให้สังคมในระดับหนึ่ง ต้องยอมรับในจุดนั้นว่าจะไม่ได้เร็ว ไม่เยอะ เลยเป็นกึ่งๆ โซเชียล เอ็นเตอร์ไพรส์ แต่เนื่องจากว่าเป้าหมายชัดเจนเรื่องสิ่งแวดล้อม พอโฟกัสชัดเจนแล้วก็มุ่งไปตรงนี้เลย ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ “เม็ดเงิน” แต่วัดทีว่า ตัวเองได้ทำตามสิ่งที่ชอบครบถ้วนหรือยัง



สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต คุณเอี่ยมเผยว่า เป้าหมายของสมดุลคือทำเป็นแหล่งการเรียนรู้และแบ่งปันความรู้ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ และพัฒนาไปด้วยกัน ทำให้คนรักในธรรมชาติมากขึ้น ส่วนนี้เป็นเป้าหมายขององค์กรที่พอใจแล้ว เรื่องของ เม็ดเงินค่อยตามมาทีหลัง จะว่าไม่สำคัญก็ไม่ได้เพราะต้องใช้ในการดำรงชีวิต ส่วนเป้าหมายส่วนตัวจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ หาที่ปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ จนไม่มีแรงและไม่มีทุน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 81