เมื่อวันที่ 4 ก.ค. รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความระบุว่า “อย่างที่บอกไว้ ปอดอักเสบโควิดเดลตา มีความต่างจากแอลฟา ตรงที่ทุกอย่างมาเร็วขึ้นกว่าเดิม ดังตัวอย่างซีทีสแกนรายหนึ่งที่ 14 วันหลังมีอาการ ยังต้องใช้ไฮโฟลว์ค่อนสูงอยู่ กลัวว่าจะมีลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงปอดเฉียบพลัน แต่กลับพบว่าเริ่มมี organizing pneumonia มาแทรก ซึ่งเดิมมักพบปลายสัปดาห์ที่สามไปแล้ว แต่ก็ยังตอบสนองดีต่อ methylprednisolone
สำหรับคนที่ติดตามเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับโควิด ไม่ว่าจะเป็น การรักษาด้วย ivermectin หรือ immunomodulators, CAPA, OP and AFOP from COVID น้องๆ เรซสิเดนท์อายุรศาสตร์ศิริราชไฟแรงทั้งสี่คน ช่วยกันรีวิวและทำสไลด์สวยงามมาแบ่งปันกัน สนใจรายละเอียดหาได้ในเว็บไซต์สมาคมอุรเวชช์ฯ
ซัดการแก้ปัญหาโควิด รัฐแย่สุด ควรเปลี่ยนยกชุด ระบุ อย่างน้อยเจ้า “กระทรวงหมอ” ประณามคนลาก “ทีมแพทย์มือฉะมัง” ปั่นขยายความหวังยั่นทอนเสถียรภาพรัฐ
ว่าด้วยเรื่องวัคซีนโควิดในบ้านเรา มันช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าหนังซีรีส์ดังหลายเท่า ลองมาวิเคราะห์ตัวละครหลักกันดู 1. ภาครัฐ ดูแย่สุด พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย ทำอะไรไม่ค่อยน่าเชื่อถือ น่าเปลี่ยนยกชุดหรืออย่างน้อยเจ้ากระทรวงหมอ 2. หมอที่ไปช่วยภาครัฐจัดการเรื่องนี้ ล้วนเป็นนักวิชาการเก่งกล้าด้วยใจบริสุทธิ์ แต่อาจไม่ค่อยเปิดกว้างรับฟังความเห็นต่าง ทำให้มีเรื่องสะเทือนใจล่าชื่อต่อต้าน หากทำใจเป็นกลางมองความเป็นไปทั้งหมดแล้ว คุณูปการที่พวกท่านทำในเรื่องวัคซีนโควิด มีมากมายกว่าจุดอ่อนที่นำไปขยายความเกินขอบเขต ต้องประนามพวกฉวยโอกาสหยิบท่านเป็นเครื่องมือบั่นทอนสเถียรภาพฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐ (แม้มันอาจจะได้มาด้วยวิธีขี้เหร่)
วอนบรรดาหมอมีเสรีภาพให้ข้อมูล ขมวดปมให้ความรู้รอบด้าน อย่าสร้างความสับสน เอามัน ตอกหน้า “รพ.เอกชน” สบช่องหารายได้ เที่ยวสัญญา ปชช. กดดันรัฐ
3. หมอที่นำเสนอข้อมูลมุมมองให้รอบด้าน ในภาพรวมเป็นเสรีภาพทางวิชาการที่ควรส่งเสริม แต่ต้องมีการขมวดปมเวลานำเสนอไม่ให้ผู้คนสับสน โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมีส่วนร่วมความเข้าใจและยอมรับวัคซีนให้ได้เร็ว (แม้วัคซีนจะมากะปริดกะปรอยเหมือนฉี่คนลูกหมากโต) แต่อาจมีบ้างที่มีวาระซ่อนเร้นเหม็นหน้าภาครัฐเดิมเป็นทุน จึงขยายแต่ด้านลบของนโยบายวัคซีนในประเทศเพื่อความสะใจ มากกว่าให้ข้อเสนอแนะทางออกที่ทำได้จริง 4. รพ.เอกชน ที่มองเห็นช่องทางช่วยชาติหรือหารายได้เพิ่ม เที่ยวไปสัญญากับประชาชนแล้วมากดดันภาครัฐว่าเป็นจระเข้ขวางคลอง เช่นการอ้างว่ารู้จักคนใหญ่คนโตบริษัทฯ วัคซีนต่างชาติ ถ้าจริงดังว่าทำไมไม่ติดต่อจัดหามาให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเปิดเผยหลักฐานจะจะ กว่านี้ว่ากระบวนการใดหรือคนกลุ่มใดในภาครัฐที่เป็นต้นตอแห่งอุปสรรค
บ.นำเข้าวัคซีนเอาชีวิตคนเป็นประกันกดดันผ่อนเงื่อนไขเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม จวกกลุ่มประสานเสียงขอเอี่ยวจัดหา-กระจายวัคซีน พบบางส่วนมีสายสัมพันธ์ คนอยากเปลี่ยนขั้วอำนาจ
5. บริษัทผู้นำเข้าวัคซีน อาจมีบ้างที่เอาชีวิตคนมาเป็นตัวประกัน หวังยืมมือความต้องการของสังคมเป็นแรงกดดันให้ภาครัฐผ่อนผันกฏเกณฑ์เงื่อนไขมาตรฐานบางอย่าง เพื่อหวังเอื้อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม 6. หน่วยงานภาคเอกชนทั้งหลาย ที่ประสานเสียงอยากมีส่วนร่วมในการจัดหาและกระจายวัคซีน แสดงถึงความใส่ใจในอำนาจของประชาสังคม แต่บางส่วนอาจมีสายสัมพันธ์กับฝ่ายอยากเปลี่ยนขั้วอำนาจรัฐ จึงมักชอบเขย่าการดำเนินงานของพวกเทคโนแครตอย่างแรง ชนิดเรียกร้องอย่างเดียวโดยไม่เสนอทางออกหรือถ้าเสนอก็เป็นแบบเงื่อนไขสูงยากทำได้จริง
ใครมาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ต้องมีใจเที่ยงธรรมและมีขันติสูงเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นคงอยากให้ปิดกล้องด่วนเพื่อแยกย้ายกันไปตามที่ตัวเองชอบ แต่ผลประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนไม่อาจสลัดทิ้งง่ายดายเช่นนี้ได้ ต้องมุ่งมั่นพูดคุยซักซ้อมตระเตรียมคลี่คลายปัญหาที่เข้ามารุมเร้าอย่างจริงใจและถนอมน้ำใจกันไปจนกว่าจะถึงเส้นชัย เฉกเช่นอิตาลีที่ผู้เล่นในสนามทั้งสิบเอ็ดคนช่วยกันรุกช่วยกันรับจนโค่นทีมปิศาจแดงแห่งยุโรปได้สำเร็จในเก้าสิบนาที กรุยทางเข้าไปต่อเพื่อจะข้ามผ่านทีมกระทิงดุ ก่อนจะไปกำราบ (น่าจะเป็น) ทีมสิงโตคำราม แล้วเข้าสู่จุดหมายแชมป์สมใจคนที่เชียร์บอลคู่กับเชียร์คุมโควิดแบบใจจดจ่อ #เตรียมพร้อมขั้นสูงสุดรับมือโควิดระลอกสี่.




