สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐ ว่าหากชาติพันธมิตรไม่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันและเพิ่มความสนับสนุนให้แก่ยูเครน รัสเซียจะรุกรานประเทศอื่นมากขึ้น พร้อมเตือนว่าโลกกำลังเผชิญกับการแข่งขันสะสมอาวุธทั่วโลก เนื่องจากเทคโนโลยีทางทหารที่ก้าวหน้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เข้ามาเกี่ยวข้องอีก


ขณะเดียวกัน เซเลนสกีเรียกร้อง การมีกฎระเบียบสากลเกี่ยวกับเอไอ โดยชี้ว่า อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) อัตโนมัติและเครื่องบินไร้คนขับ เป็นความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่กว่าสงครามแบบดั้งเดิม


ผู้นำยูเครนยังวิพากษ์วิจารณ์สถาบันระหว่างประเทศว่า “อ่อนแอเกินไป” ที่จะมอบหลักประกันด้านความปลอดภัยให้กับยูเครน และกล่าวถึงองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า การเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรทางทหารที่ยาวนานแห่งนี้ “ไม่ได้หมายความว่า คุณจะปลอดภัยโดยอัตโนมัติ”

United Nations


นอกจากนี้ เซเลนสกีเตือนว่า ยุโรป “ไม่อาจสูญเสีย” มอลโดวา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างยูเครนกับโรมาเนียที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ให้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของรัสเซียได้ จากการที่กลุ่มประเทศตะวันตก “พลาดโอกาส” ในการปกป้องจอร์เจียและเบลารุส จากเป็น “รัฐวงโคจร” ของรัสเซียไปแล้ว


อีกด้านหนึ่ง นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงสงครามในยูเครนซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีแล้ว ว่ากองทัพรัสเซียจะเดินหน้า “ปฏิบัติการทางทหารพิเศษ” ในยูเครนต่อไป เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามที่กำหนดไว้โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และย้ำว่า รัสเซียเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ เพื่อปัจจุบันและอนาคตของประเทศ ดังนั้น จึงไม่มี “ทางเลือกอื่น”.

เครดิตภาพ : AFP