เมื่อเวลา 15.46 น.วันที่ 10 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท  โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาศัย อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะสส. ชัยนาท พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรี  พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)รอต้อนรับ

จากนั้นนายกฯเป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำ และแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท รายงานสภาพปัญหาในพื้นที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)รายงานสถานการณ์น้ำและแผนบรรเทาอุทกภัย และกรมชลประทาน รายงานการบริหารจัดการน้ำและความก้าวหน้าแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

ต่อมานายอนุทิน มอบหมายให้นายศักดา กล่าวมอบนโยบาย ตอนหนึ่งว่า เวลานี้ประชาชนเป็นห่วงว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯหรือไม่ สถานการณ์จะเหมือนปี2554 หรือไม่ ซึ่งปี2554 เขื่อนปล่อยน้ำ 4,300 ลบ.ม.แต่วันนี้ปล่อย 2,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงเชื่อว่าจะไม่เหมือนปี 2554 ขอให้สบายใจ และท้ายน้ำ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง น้ำจะน้อยลง ดังนั้นโอกาสที่น้ำฝนจะมาเติมจากน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนจะน้อยลง ทั้งนี้ประชาชนเป็นห่วงว่าเราเกิดเหตุน้ำท่วมทุกปีไม่มากก็น้อย เมื่อปริมาณน้ำเหนือมากขึ้น ประกอบกับฝนที่ตกลงมา ทำให้น้ำในลำคลองแม่น้ำไม่สามารถระบายออกได้และเอ่อท่วมทำให้ชาวบ้านเสียหาย จึงต้องฝากผู้ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องที่นายกฯเป็นห่วงจากสถานการณ์น้ำท่วมและสั่งการให้เร่งดำเนินการเรื่องเงินเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย 

ด้านนายภราดร กล่าวว่า นายกฯได้เร่งรัดเรื่องการเยียวยาประชาชนโดยเร็วที่สุด เกิดเหตุปีนี้ต้องเร่งทำให้เร็วที่สุดไม่ใช่เกิดปีนี้ชดเชยปีนี้ปีหน้าแล้วเรื่องที่กำลังจะเข้าครม.ในวันที่ 14 ต.ค.นี้จะมีวงเงิน 6 แสนล้านบาท ใช้งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท จากนั้น ครม. จะอนุมัติเป็นรอบๆไปนอกจากนั้นขอฝากกรมชลประทาน ในเรื่องของการก่อสร้างขนาดใหญ่ให้เร่งรัดดำเนินดำเนินการในพื้นที่ที่ระบุว่าจะเสร็จในปี 2573 และ2574 อาจจะช้าไปโดยให้เร่งเร็วเพื่อที่จะเป็นประโยชน์และแก้ปัญหาให้มาก

โดยนายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ตอนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์มองดูจากที่สูงเห็นถึงปริมาณน้ำใช้คำว่าก้อนน้ำที่มีเยอะมาก เราจะต้องเร่งช่วยเหลือ แต่ทราบมาว่าช่วงนี้เข้าสู่ปลายฤดูฝนแล้ว คาดว่าถ้าไม่มีปริมาณน้ำฝนเติมเข้ามาอีกสถานการณ์ น่าจะลดระดับความรุนแรงลงภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ แต่สำหรับเรา 2-3 สัปดาห์ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ชาวบ้านที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง 1 ชั่วโมงก็มีความลำบากแสนสาหัสอยู่แล้ว ฉะนั้นตนอยากจะฝากให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้คำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนและหาวิธีในการที่จะแก้ไขปัญหาคลายความทุกข์ความลำบากของประชาชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายกฯกล่าวต่อว่า ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลก็คงจะต้องมอบกรอบการทำงานให้ทุกท่านเป็นกรอบที่กว้าง เพื่อที่ทุกท่านจะได้นำไป แยกและปฎิบัติตามภารกิจและหน้าที่ของท่านที่รับผิดชอบต่อไป โดยเมื่อต้องการการสนับสนุนด้านใดที่ทางรัฐบาลจะต้องดำเนินการ ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงาน คือการทำงานแบบของตน คือลงไปสั่งงานเป็นวิศวกรเองคงไม่ได้ หรือใครบอกให้สร้างฝายที่นั่น สร้างเขื่อนที่นี่ ทำทางระบายน้ำตรงนี้ ตรงนั้นได้ เราไม่สามารถไปกำหนดการได้ ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลขอสั่งการกรอบในการดำเนินงาน เรื่องของการเยียวยาประชาชนในทุกมิติไม่ใช่เฉพาะเอาสตางค์ไปปลอบขวัญเขา แต่จะต้องรวมไปถึงการชดเชยความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินบ้านเรือน ตลอดจนโอกาสในการสร้างรายได้ที่เขาสูญเสียไปจากการเกิดสถานการณ์อุทกภัย และอีกด้านเรื่องของการบริหารการจัดการระบายน้ำ การบริหารเส้นทางน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ความจริงไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบ แต่ในที่ประชุมขอให้ได้มีการจัดตั้งโดยได้มอบหมายให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการในพื้นที่ และเป็นผู้บริหารจัดการและสั่งการบูรณาการความร่วมมือในเรื่องของการบริหารจัดการการระบายน้ำอย่างเต็มที่

นายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทั้งหมดเวลามีเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยประสบการณ์ของตนเองที่เข้ามาอยู่สถานที่นี้เมื่อปีที่แล้วท่านก็คงเห็นตนมากับนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯและมากับ ร.อ.ธรรมนัส  คอยประสานงานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนในฐานะรมว.มหาดไทยในตอนนั้นแต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริงๆมันจะมีปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลาว่าทำไม ถ้าตนจะไปสั่งการในเรื่องที่นอกเหนือของกระทรวงมหาดไทย มันก็จะไม่มีความรวดเร็วและทุกอย่างมันก็ต้องเสนอ เอกสารข้อมูลข้อเท็จจริง การวิเคราะห์การสรุป ซึ่งกว่าจะมีการดำเนินการใดๆขึ้นมารอจนสถานการณ์เกือบจะเป็นปกติแล้ว ความช่วยเหลือถึงจะมา แต่โอเค มาช้าดีกว่าไม่มา แต่วันนี้ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง โดยที่ตนได้ควบรมว.มหาดไทยและเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยในการทำงานกับทางพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเรามีความเข้าใจกัน ตนยืนยันว่ามีความเข้าใจกันมากกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านๆมาทุกชุด เวลามีเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเราไม่ได้มองว่าเป็นรัฐบาลผสมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นรัฐบาลเดียวที่จะต้องให้การดูแลประชาชนยึดถือในเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชน ถือเป็นสิ่งที่เราจะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนเป็นลำดับแรก ฉะนั้นตรงนี้ตนมั่นใจว่าวิธีการดำเนินการจะเปลี่ยนไป ตนต้องขอความร่วมมือกับทางฝ่ายข้าราชการประจำด้วยว่าขอให้ดำเนินการในการบูรณาการความร่วมมือทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นเป็นตัวตั้งเป้าหมาย คือน้ำจะต้องถูกระบายโดยเร็ว และเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนจะต้องเร่งดำเนินการทันทีเราพูดถึงกรอบ ที่รัฐบาลต้องทำใน 4 เดือนนี้ทำแค่นี้ก็โอเคแล้ว ส่วนเรื่องการวางแผนในระยะยาวตนไม่กวนพวกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกท่านที่อยู่หน้างานตนยังมีเลขาธิการสทนช.และมีคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทั้งคณะที่ตนอาจจะสามารถวางเป็นรากฐานเป็นพื้นฐานที่ดี 

“ปีหน้ามีการเลือกตั้งหลังเลือกตั้งรัฐบาลใดที่เข้ามาก็สามารถสานต่อไปได้ โดยที่เราจะพยายามวางรากฐานไม่ให้มีความคิดใดๆที่บอกว่า ถ้าทำแบบนี้มันเป็นเรื่องการเมืองเดี๋ยวใครจะได้คะแนน ใครจะได้อะไรก็ได้ไป ไม่มีความสำคัญเท่ากับประชาชนได้อันนี้ ผมขอเรียนว่านี่คือวิธีการทำงานของผมพวกผม ไม่เคยคิดว่าใครจะได้อะไรต่างๆแล้วได้คะแนนบนความเดือดร้อนของประชาชนอย่าได้ดีกว่า เหนื่อยไม่จบ ไม่สิ้นก็ขอทำทุกอย่างให้จบทีเดียว และความเดือดร้อนของประชาชนมันเปรียบเทียบไม่ได้ เปรียบเทียบยังไงท่านดูปีที่แล้วเราใช้เงิน 3 หมื่นล้านบาทในการเยียวยาน้ำท่วม ทั่วประเทศ  ในความคิดของผมต้องเซ็นผ่าน เซ็นผ่านเงินเยียวยาไป 6 หมื่นล้านบาทแล้วปี เพราะปีละ 2 หมื่นกว่าบาท มันยังมีค่าอื่นๆอีกไม่ใช่เฉพาะเยียวยาน้ำท่วม ปีที่แล้วที่จังหวัดเชียงรายต้องเยียวยาเรื่องดินโคนถล่มหลังละ 10,000 บาทถึง20,000 บาท ตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นมท.1 คูณไปประมาณ 7 หมื่นล้านบาทแล้วดูแล้วเงินเหล่านี้ 7 หมื่นล้านบาท ในแผนงานทำ 5-6 ปีกว่าจะได้เสร็จสักโครงการ แต่นี่หายไปเลยภายในปีเดียว ฉะนั้นเราต้องผลันเงินเหล่านี้มาทำอะไรที่เป็นถาวรวัตถุที่สามารถบริหารจัดการระบบการระบายน้ำการจัดการน้ำ ไม่ใช่การระบายอย่างเดียว แต่ต้องบริหารทรัพยากรน้ำให้ดีที่สุดและเก็บกักตรงไหนให้มันผ่านไป ถนนสนองให้รถวิ่งมาเยอะแล้วอาจจะต้องทำทางให้น้ำวิ่งบ้าง เพื่อแก้ไขปัญหา“นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเราเองเราต้องมานั่งแบบนี้ทุกปีประชุมกันทุกปี ปีนี้ปีแรกเรายังขอบคุณพี่น้องที่อดทนปีที่ 2 ก็เริ่มพูดเบาลง และปีนี้ต้องขอโทษ ตนไปที่จังหวัดพิจิตรเจอประชาชน ถามแต่ละคนว่าเป็นยังไงบ้านน้ำท่วมหรือไม่ ทุกคนบอกว่าถึงหน้าอก ถึงคอ นึกสภาพว่ามันเกิดเหตุการณ์มาตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้เกิน 3-4 เดือนแล้วแต่เราช่วยเหลือชาวบ้านแค่ 7 วัน เกิน 7 วัน  9,000บาท ตนให้นายภราดรไปดูเกิน 7 วันไปถึง 90 วัน ไปหาวิธีการช่วยเหลืออีกระดับหนึ่งว่าถ้ามันเกิน 1เดือนหรือ 2 เดือนมันจะมีวิธีการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างไรบ้าง  ไม่เช่นนั้นเราต้องมานั่งเสียเงินทุกปีเช่นนี้ เราจะเห็นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนแบบนี้ทุกปี ก็ไม่ได้

นายกฯ กล่าวอีกว่า กรมชลประทานขอให้ปรับลดอัตราการระบายน้ำของเขื่อนหลักทั้ง 4 แห่งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของน้ำฝนและสถานการณ์การใช้น้ำ ตนคิดว่าท่านคงมีอยู่แล้วว่าต้องระบายไม่เกินกี่ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตนไม่อยากไปก้าวล่วงเพียงแต่ขอให้ท่านได้ดำเนินการอย่างเต็มที่และการเร่งสำรวจสทนช.ออยากให้มีการเร่งรัดให้ตอนนี้เห็นวิธีการวางแผนการระบายน้ำมีโครงการต่างๆมากมาย แต่เมื่อมี 9 โครงการเท่าที่ ตนอยู่แต่สำเร็จและดำเนินการเพียง 1  และอีกโครงการบางบาลบอกว่าเริ่มทำ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)เสร็จปี 2570 เดี๋ยวนายภราดรจะต้องไปหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องความเดือดร้อนกันขนาดนี้ทำไมจะต้องรอปี2570 เราต้องมานั่งประชุมแบบนี้อีก 2 ครั้ง และใช้งบประมาณของรัฐบาลอีกไม่ต่ำกว่า 5หมื่นล้านบาทในการไปดูแลเยียวยาประชาชน มันไม่คุ้มให้ชาวบ้านใช้ชีวิตปกติดีกว่า

นายกฯกล่าวด้วยว่า ขอเน้นย้ำในเรื่องของการปฎิบัติหลักการในระยะที่เกิดสถานการณ์คือการบูรณาการ ต้องขอความกรุณาจากทุกท่านตอนนี้ต้องรอของให้ถึงมือประชาชนเป็นหลักใครเห็นคนนั้นเทคโอเวอร์ไปก่อน เดี๋ยวมานั่งคิดบัญชีทีหลังตนให้สัญญาว่าถ้าท่านดูแล้วสำรองตรงนี้ออกไปแล้วจะเรียกคืน ตนกำกับดูแลงบกลางอยู่ ตสพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องฉุกเฉินงบกลางของนายกฯปีหนึ่งส่วนนี้หลาย 10% อยู่แล้ว ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นเอามานั่งอยู่เยียวยาประชาชน การสร้างระบบที่ดี นำเงินตรงนี้ไปลงทุนดีกว่าดำเนินไปเยียวยาเพราะประชาชนถ้าเขาเลือกได้เขาไม่ต้องการขอฝากเป็นแนวทางไว้“ นายกฯ กล่าว.