เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นข้อห่วงใยสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังจะหารือร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เรื่องงบประมาณที่ต้องใช้ ซึ่งเชื่อว่า รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณมาเติมให้กับโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นต้องรักษาพยาบาลแต่งบประมาณไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ยังมีงบกลาง 8 พันล้านบาท ก็วางไว้ในส่วนของโรงพยาบาลประมาณ 4 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้สถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขให้ดีขึ้นได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาโรงพยาบาลติดลบการเงินอยู่วิกฤติระดับ 7 นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า วิกฤติทางการเงินระดับ 7 หรือวิกฤติสีแดง หากนำโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงทั้งหมดมารวมกันแล้ว ไม่ได้ติดลบ แต่เราก็มีการแก้ปัญหาสถานการณ์การเงินในโรงพยาบาลด้วยการช่วยเหลือกันในระดับจังหวัด ระดับเขตสุขภาพ แต่ตนได้นำเสนอทาง สปสช. ถึงการให้บริการระบบหลักประกันสุขภาพฯ หรือ 30 บาทที่ติดลบอยู่นั้น จะนำไปสู่การวิเคราะห์และตั้งงบประมาณในปีต่อไป คือ ปีงบประมาณ 2570 ซึ่งกำลังทำตัวเลขกันอยู่
เมื่อถามถึงประเด็นการปรับเปลี่ยนวิธีการที่สปสช. จ่ายเงินมาให้จะต้องเป็นอย่างไร เนื่องจากมีปัญหาแทบทุกปี นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือกันในเรื่องจัดสรรเงินที่ได้รับมา ไม่ว่าจะเป็นงบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และ Fee schedule (การจ่ายตามรายการบริการที่กำหนด) ที่ผ่านมายังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ อย่างกรณีการให้บริการผู้ป่วยใน เมื่อไม่เพียงพอก็ต้องมาคุยกันว่า จะต้องของบประมาณเพิ่มเท่าไหร่ และเมื่อตั้งของบประมาณเพิ่ม งบประมาณตรงนี้ต้องลงมาที่ผู้ป่วยใน สปสช.เห็นด้วยกับเราในการวางระบบวิธีการแบ่งกองเงิน
ผู้สื่อข่าวถามว่านโยบายที่เพิ่มเข้ามา อย่าง “ฟอกไตทุกแห่ง” จะกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณของ สปสช.ให้โรงพยาบาลหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เรื่องสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากงบประมาณจากบัตรทองแล้ว ยังจำเป็นต้องพิจารณาแหล่งรายรับอื่นๆด้วย ซึ่งนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข สนับสนุนด้วย อาทิ การจัดบริการประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ลงทะเบียน ก็ให้มาลงทะเบียนผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการให้บริการ “คลินิกพรีเมียม” สำหรับกลุ่มที่จ่ายได้ นี่เป็นแผนส่วนหนึ่งที่รมว.สาธารณสุขให้แนวทางไว้.



