เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุญธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ และนายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ร่วมกันแถลงข่าวหลังการประชุมร่วมรัฐมนตรี สส. และแกนนำกลุ่ม
โดย น.ส.แนน กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุม 2 ส่วน คือ ส่วนของ สส.พรรคภูมิใจไทย และอีกส่วนเป็น สส. จากกลุ่มที่ร่วมกันสนับสนุนรัฐบาล โดยสาระสำคัญ เป็นการหารือถึงการเตรียมความพร้อมประชุมร่วมรัฐสภา ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ตอนนี้ มีเสนอให้รัฐสภา พิจารณา 3 ร่าง ว่ามีเนื้อหาและหลักการสำคัญอย่างไรบ้าง สำหรับสส.ผู้อภิปรายและกรอบเวลาที่จะแบ่งกัน ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เบื้องต้นจะมีนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และนายอัครเดชที่จะร่วมอภิปรายด้วย แต่ยืนยันว่า ประเด็นที่ สส. ทุกคนเห็นตรงกันคือจะไม่แก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกังวลว่ารัฐสภาจะลงมติรับเฉพาะร่างของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน เพราะได้ทำข้อตกลงร่วมกันไว้ น.ส.แนน กล่าวว่า การพิจารณาจะพิจารณาจากเนื้อหา ไม่ได้พิจารณาว่าร่างกฎหมายฉบับนั้นเป็นของพรรคไหน ดูที่เนื้อหาสาระว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร โดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะมีการประชุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ซึ่งจะหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาหารือกันอีกครั้งให้ได้ข้อสรุป และหากในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนเสนอแก้ไข หมวด 1 และหมวด 2 อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยมีความชัดเจนมาตลอดว่าจะไม่แก้ไขในหมวดดังกล่าวอย่างแน่นอน
เมื่อถามอีกว่าจะให้เอกสิทธิ์ สส. ในการลงมติร่างของพรรคประชาชนใช่หรือไม่ น.ส.แนน กล่าวว่า สส. จะลงมติอย่างไร ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ ย้ำทุกการโหวตเป็นเอกสิทธิ์ สส. แต่เชื่อว่า การลงมติของพรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะเป็นเอกสิทธิ์ ไม่ใช่มติพรรคร่วม
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมมีความห่วงกังวลในประเด็นใดบ้าง น.ส.แนน กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นกังวลเรื่องเนื้อหาในแต่ละร่าง เนื่องจากมีการวิเคราะห์ และตีความไปว่าหากรับร่างไปแล้ว จะมีปัญหาในส่วนไหนบ้าง ตอนนี้กำลังหารือกันอยู่
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จะใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลักหรือไม่ น.ส.แนน กล่าวว่า จากที่คุยกันเบื้องต้น จะใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลัก
น.ส.แนน กล่าวอีกว่า การประชุมในวันนี้ (13 ต.ค.) ยังไม่ได้คุยกันถึงเรื่องบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ไทย-กัมพูชา ฉบับปี 2543 และปี 2544 เพราะถือว่าเป็นการทำงานของ ครม. ในเรื่องของเนื้อหา ที่สภา กรรมาธิการก็กำลังศึกษาอยู่ ส่วนจะมีข้อสรุปได้ช่วงไหนนั้น ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการดังกล่าว
น.ส.แนน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เดินทางมาที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ว่า นายบวรศักดิ์มาให้คำแนะนำแก่ สส.เกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน และเนื้อหาที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อใช้ประกอบในการอภิปรายการประชุมร่วมกันรัฐสภา ระหว่างวันที่ 14-15 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวถามมีการตั้งวอร์รูมหรือองครักษ์ เพื่อดูแลการอภิปรายให้อยู่ในกรอบหรือไม่ น.ส.แนน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยตั้งองครักษ์พิทักษ์ในเรื่องใด และไม่ว่าสส.คนใดที่อภิปรายหรือใช้เนื้อหาในด้านใดประกอบการอภิปราย จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับของการประชุมสภา และจะต้องรับผิดชอบในคำอภิปรายของตัวเอง ส่วนที่ขัดกับข้อบังคับหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย ทุกอย่างก็ต้องว่าไปตามข้อบังคับ
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่อาจมีการเล่นเกมในสภา น.ส.แนน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่กังวล แต่ต้องดูว่า การประชุมในวันพรุ่งนี้ จะออกมาในรูปแบบใด แต่ในการประชุม สส. ในวันพฤหัสบดีนี้ วาระของสภาจะมีกระทู้ถามสด และต่อด้วยวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งสิ่งที่สมาชิกและตนเองอยากเห็นมากที่สุด อยากให้กฎหมายดังกล่าวเสร็จสิ้นผ่านวาระ 2 และ 3 เพื่อจะได้พิจารณากฎหมายอื่น ซึ่งอยากให้ สส. เข้าร่วมประชุมในวันนั้น เพื่อโหวตร่าง พ.ร.บ อากาศสะอาด ให้เสร็จสิ้น
เมื่อถามว่าหากมีเสียงโหวตเพิ่มขึ้น จะขัดต่อข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.แนน กล่าวว่า การโหวตทุกอย่างเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. ซึ่งข้อตกลงคือเสียงสนับสนุน แต่การที่ สส.จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เรื่องนี้บอกไม่ได้ว่าจะขัดหรือไม่ เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.คนนั้น โดยที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้บอกให้มาสนับสนุน
ขณะที่นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงกรณีที่ สส.พรรครวมไทยสร้าง มาร่วมประชุมที่พรรคภูมิใจไทย ว่า ในวันนี้ไม่ได้มาแถลงข่าวร่วม ในนามพรรคร่วมรัฐบาล แต่มาในนามเป็น สส.ที่สนับสนุนรัฐบาล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ดังนั้นการที่สื่อมวลชนรายงานข่าว เป็นการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ขอยืนยันว่ามาในนาม สส. ที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น จึงขอทำความเข้าใจ.



