เมื่อวันที่ 19 ต.ค. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของภูฏาน ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานในการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทอดถวาย ที่วัดคึนเรย์ ป้อมทาชิโช กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน โดยมีท่านโลเปน อูเกียน ดอร์จี เจ้าอาวาสวัดคึนเรย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โดยพิธีดังกล่าวมีนายเลียนโป เชริง (H.E. Lyonpo Tshering) รมว.มหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรม และนายดาโช เคซัง (H.E. Dasho Kesang Wangdi) รองประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนระดับสูงฝ่ายภูฏาน พร้อมด้วย นางวราภรณ์ พวงเกตุแก้ว ภริยารมว.ต่างประเทศ นางฐิติพร จิระสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ รวมถึงข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงธากา หน่วยงานทีมประเทศไทย ผู้แทนสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ กรุงทิมพู ผู้บริหารกรมวัฒนธรรมและพัฒนาจังหวัด กระทรวงมหาดไทยภูฏาน และกรมกิจการทวิภาคี กระทรวงการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศภูฏาน ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชุมชนไทยและภูฏาน เข้าร่วมในพิธี

การเชิญผ้ากฐินพระราชทานครั้งนี้ สามารถรวบรวมเงินบริจาค ซึ่งประกอบด้วยเงินบำรุงพระอารามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลจากกระทรวงการต่างประเทศและผู้มีจิตศรัทธาชาวไทยและภูฏาน รวมทั้งสิ้น 573,733 บาท 310 ดอลลาร์สหรัฐ และ 14,746 งุลตรัม (หรือรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,147,466 บาท)

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า พิธีทอดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน จัดมา 30 ปีแล้ว เป็นส่วนหนึ่งของการทูตวัฒนธรรม เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ และส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชน ในส่วนของประเทศภูฏาน ปีนี้นับเป็นการจัดเป็นปีที่ 5 เพราะภูฏานเป็นประเทศที่เราให้ความสำคัญมีความใกล้ชิดระหว่างพระราชวงศ์ทั้ง 2 ประเทศ และเป็นประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาด้วยกัน ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น อีกทั้งปีนี้เป็นปีที่สำคัญ ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2568 ดังนั้นการจัดกฐินพระราชทานในปีนี้จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ และตนรู้สึกดีใจที่ชุมชนคนไทยในภูฏานได้เดินทางมาร่วมพิธีในวันนี้

สำหรับวัดคึนเรย์ เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนานิกายวัชรยานในภูฏาน และเป็นหนึ่งในสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในภูฏาน เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน พิธีต้อนรับพระราชอาคันตุกะ พิธีถวายพระราชสาส์น/อักษรสาส์นตราตั้ง โดยเป็นสถานที่จัดพิธีรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2568 ในระหว่างการเสด็จฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ ตลอดจนเป็นสถานที่จัดพิธีทูลเกล้าฯ ถวายพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ ชุด ภ.ป.ร. และชุด ส.ก. พ.ศ. 2559 แด่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2568 ภายใต้โครงการเผยแพร่พระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะฯ แก่นานาประเทศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการร่วมกับมูลนิธิพระไตรปิฎกสากลด้วย

สำหรับการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวายครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 5 ในภูฏาน ถือเป็นหนึ่งของกิจกรรมในการส่งเสริมบรรยากาศและรักษาพลวัตแห่งมิตรไมตรีที่ต่อเนื่องกับการเสด็จฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อเดือนเมษายน 2568  และเกิดขึ้นในโอกาสมหามงคลก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี ซิงเย วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน พระองค์ที่ 4 ซึ่งจะเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา ในวันที่ 11 พ.ย.2568

อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย จำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย เมียนมา มาเลเซีย ภูฏาน ศรีลังกา ลาว เวียดนาม