เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่รัฐสภา คณะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 156 มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 แถลงภายหลังการประชุม โดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรอบการประชุมว่าช้าที่สุดจะไปถึงวันไหน และกำหนดวันประชุม เนื่องจากเรามีข้อจำกัดเรื่องเป้าหมายที่อยากทำให้เสร็จในสมัยประชุมนี้ ทำให้เวลาค่อนข้างจำกัด โดยที่ประชุมได้มีข้อสรุปให้มีการตั้งคณะทำงานซึ่งจะมีทั้ง สส. สว.และกฤษฎีกา รวมทั้งผู้เสนอทั้ง 3 ร่างเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ได้ข้อสรุปในประเด็นที่มีข้อสงสัย หรือประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อให้การประชุมรวดเร็วขึ้นก่อนที่จะเสนอกมธ.ชุดใหญ่
น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า โดยในวันพุธที่ 22 ต.ค.นี้ จะเป็นการประชุมในช่วงเช้า เป็นการกำหนดสาระสำคัญหลัก ๆ แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดในรายมาตรา เพราะรัฐธรรมนูญเป็นปัญหาที่สำคัญมากที่ยังมีความไม่เข้าใจตรงกันในหลายๆ เรื่อง ทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเจตนารมณ์หลักของแต่ละร่างที่เราต้องมาพิจารณากัน และในสัปดาห์ถัดไปจะประชุม 2 วันคือวันพุธและพฤหัสบดี
ด้านนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่ได้มีการพูดถึงกระแสข่าวว่าจะมีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการคุยเรื่องของกรอบการทำงานและกรอบแนวทางของการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยที่ประชุมกำหนดการประชุมแค่ช่วงปิดสมัยประชุมคือวันที่ 30 ต.ค.นี้ ส่วนประเด็นคำถามต่างๆ น่าจะมีการพูดคุยกันในการประชุมครั้งถัดไป อย่างไรก็ตามในส่วนของเนื้อหาเรื่องของเนื้อหาและกระบวนการไม่ว่าเป็นฝ่ายไหนที่ยังมีความกังวลใจ ในกมธ.และคณะทำงานก็อาจจะต้องไปทำการบ้าน และมีการสื่อสารไปถึงสมาชิกรัฐสภาทุกคน เพราะทุกคนต้องมีความเข้าใจเนื้อหาของร่างก่อนที่จะมีการโหวตในวาระ 2 และ 3
“มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเฉพาะวาระ 2 เพราะหากรอเปิดสมัยประชุมในวันที่ 12 ธ.ค. อาจจะไม่ทัน ดังนั้นเมื่อเปิดสมัยประชุมแล้วก็จะพิจารณาเฉพาะวาระ 3 อย่างเดียว”นายนรเศรษฐ์กล่าว
ขณะที่นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า กรณีที่มีความกังวลในการเรื่องการโหวตวาระ 3 นั้น คงต้องดูว่าร่างที่จะผ่านในวาระ 2 เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องดูในการประชุม กมธ.ก่อน ว่าหน้าตาของร่างจะออกมาเป็นอย่างไร



