เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวถึงกรณี รพ.พุทธชินราช ได้แถลงข่าวระบุว่า สปสช.เพิ่งจ่ายมาแค่ 15 ล้านบาท จากยอดหนี้คงค้าง 238 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สปสช. ได้งบกลางมาแล้ว 4,000 ล้านบาท แต่ยังเคลียร์หนี้ รพ.ไม่ได้ว่า สปสช. ขอขอบคุณ รพ.พุทธชินราชที่ให้ข้อมูลการบริหารจัดการของโรงพยาบาลและมีความห่วงใยต่อการให้บริการผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง)
“อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สปสช. ยังไม่ได้รับงบกลาง ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างเสนอของบกลางต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติมาแล้ว จะต้องนำเข้าบอร์ด สปสช. เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรอีกครั้ง” ทพ.อรรถพร กล่าว
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ในส่วนที่ รพ.พุทธชินราช ระบุว่า สปสช.เพิ่งโอนจ่ายให้ 15 ล้านบาทนั้น เป็นความจริง และเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2568 สปสช. ได้โอนค่าบริการผู้ป่วยใน (IP) ทุกรายการในรอบบริการวันที่ 16-30 ก.ย. 2568 จำนวน 3,070,363 บาท และค่าบริการประเภทบริการผู้ป่วยนอก (OP) ทุกรายการในรอบบริการ วันที่ 16-30 ก.ย. 2568 จำนวน 10,037,160 บาท และในวันที่ 20 ต.ค. 2568 สปสช. ได้โอนค่าบริการนอกกองทุนผู้ป่วยใน เช่น ค่าบริการกรณีเฉพาะ (CR) ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) จำนวน 39,364,902 บาท และในวันที่ 21 ต.ค. 2568 สปสช. จะโอนค่าบริการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (CKD) ในรอบบริการวันที่ 16-30 ก.ย. 2568 จำนวน 1,087,445 บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน 53,559,870 บาท
โฆษก สปสช. กล่าวว่า ส่วนที่มีการระบุว่าจากยอดหนี้คงค้าง 238 ล้านบาทนั้น สปสช. ขอชี้แจงว่าในการจ่ายเงินค่าบริการผู้ป่วยให้กับ รพ.นั้น สปสช. จ่ายตามระบบ DRGs หรือกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมที่เป็นหลักการเดียวกับประกันสุขภาพภาครัฐของประเทศที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชน ดังนั้นตัวเลขจึงไม่ตรงกับเงินเรียกเก็บของทางโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามในปี 2568 การบริการผู้ป่วยในเมื่อคำนวณผลงานการให้บริการพบว่า ค่าเฉลี่ยภาพรวมทั้งประเทศประมาณ 7,800 บาทต่อ AdjRW. และ สปสช. ได้ดำเนินการของบกลางเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับมาแล้วจะนำเข้าบอร์ด สปสช. เพื่อขอมติหลักเกณฑ์การจัดสรรงบกลางต่อไปและโอนเงินให้ รพ.ต่อไป.



