สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า จากกรณีกระทรวงกลาโหมจีนประกาศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องการสอบสวน พล.อ.จาง โหย่วเสีย รองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง และ พล.อ.หลิว เจิ้นลี่ เสนาธิการฝ่ายปฏิบัติการของคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการรบ เนื่องจากทั้งคู่มีพฤติกรรมต้องสงสัย “ละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นคำที่จีนมักใช้เรียกแทน “การคอร์รัปชัน”


“เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อใหญ่ของสหรัฐ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับการบรรยายสรุปในระดับสูงว่า พล.อ.จาง วัย 75 ปี ซึ่งถือเป็นนายพลระดับสูงสุดของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ถูกสงสัยว่า มีการส่งต่อข้อมูลลับเกี่ยวกับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศให้กับสหรัฐ


ขณะเดียวกัน พล.อ.จาง ยังต้องสงสัยว่า รับสินบนจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการผลักดันให้ทหารนายหนึ่งขึ้นดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม แต่ยังไม่มีการระบุช่วงเวลาอย่างชัดเจน เนื่องจากอาจทำให้หลายฝ่ายชี้ชัดได้เลยว่า หมายถึงรัฐมนตรีในช่วงเวลาใด


นอกจากนี้ พล.อ.จาง กำลังถูกตรวจสอบฐานจัดตั้งกลุ่มการเมืองภายในพีแอลเอ รวมถึงการใช้อำนาจในทางมิชอบเกี่ยวกับการตัดสินใจทางทหาร ซึ่งหากเป็นความจริง ข้อกล่าวหาเหล่านี้ถือว่ารุนแรง มากกว่าเนื้อหาในแถลงการณ์เดิมของจีนที่ระบุเพียงว่า ต้องสงสัยละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง


การสอบสวนครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทหารระดับสูงของพีแอลเอ และเป็นการขยายขอบเขตการกวาดล้างนายพลครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคของประธานเหมา เจ๋อตง เมื่อปี 2519 ยิ่งไปกว่านั้น การสอบสวน พล.อ.จาง ถือเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน สั่งให้มีการสอบสวนพันธมิตรใกล้ชิด เนื่องจากบิดาของทั้งคู่เคยทำงานร่วมกัน ในช่วงสงครามกลางเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งมีการมองว่า อาจสะท้อนถึงความเด็ดขาด หรืออาจเป็นรอยร้าวลึกภายในกลุ่มอำนาจสูงสุดของจีน.

เครดิตภาพ : AFP