เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 19 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ดำเนินการปล่อยตัว ‘เล่าต๋า แสนลี่’ ผู้ต้องขังคดีสำคัญ โดยยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้แก่สังคม และไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม และแสดงข้อกังวล 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ได้มีฐานะทางเงินทอง จะได้รับสิทธิในการอภัยโทษหรือลดหย่อนโทษในลักษณะเดียวกับกรณีนี้หรือไม่ 2.ทรัพย์สินหรือเงินทองที่อาจจะยังไม่ถูกยึดทั้งหมด จะกลับมาสร้างอิทธิพลบางประการในสังคมหลังจากปล่อยตัวหรือไม่ และ 3.กระบวนการยุติธรรมไทยยังมีพลังมากพอในการลงโทษและปราบปรามอาชญากรรมรายใหญ่หรือไม่ เนื่องจากกรณีนี้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้เกี่ยวข้องในสายธารยุติธรรมทั้งหมด
เมื่อถามถึง กรณีที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การลงโทษและการพักโทษ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ควรแยกการพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีทั่วไป ที่ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การประเมินนักโทษชั้นดีต้องวัดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจของบุคคลเพียงอย่างเดียว และกรณีเฉพาะ อย่างในกรณีของเล่าต๋า ตนมองว่าต้องไปตรวจสอบเพิ่มว่ายังมีคดีอื่นที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือไม่ แม้เชื่อว่าเจ้าตัวอาจไม่กลับไปสู่วงการเดิมแล้ว แต่หน่วยงานรัฐยังต้องมีมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมการอย่างรอบคอบเพื่อเป็นหลักประกันแก่สังคม โดยไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิจนเกินสมควรแก่เหตุ
เมื่อถามว่า ในประเด็นการอ้างเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องอายุเกิน 70 ปีนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่ามีระเบียบรองรับอยู่ แต่ต้องกลับไปดูว่ากฎระเบียบ หรือข้อยกเว้นเหล่านั้นมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในทุกกรณีหรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิจารณารายละเอียดเชิงลึกต่อไป.



