สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่ารัฐบาลเวียดนามเสนอให้มีการปรับกฎหมายที่ดิน เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเปิดทางให้สามารถเวนคืนที่ดินและเริ่มก่อสร้างได้ ก่อนที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินชดเชย


มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของโครงการขนาดใหญ่หลายแห่ง และสนับสนุนเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ


ทั้งนี้ โครงการที่ประสบปัญหาจากข้อพิพาทเรื่องค่าชดเชยและการจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ รวมถึงสนามกอล์ฟในภาคเหนือ ที่ลงทุนโดยครอบครัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และโครงการฟื้นฟูพื้นที่ริมแม่น้ำแดงในกรุงฮานอย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนมากถึง 200,000 คน


ภายใต้ร่างแก้ไขกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาในสัปดาห์นี้ และอาจได้รับความเห็นชอบเร็วที่สุดในเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งทางการจะไม่จำเป็นต้องรอให้แผนชดเชยได้รับอนุมัติ และจัดสรรที่อยู่อาศัยใหม่เสร็จสิ้น ก่อนเข้าดำเนินการกับพื้นที่


รัฐบาลเวียดนามระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายมีเป้าหมายลดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง และปลดล็อกทรัพยากรที่ดินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับตัวเลขสองหลัก


เวียดนามตั้งเป้าขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 10% ต่อปี ไปจนถึงปี 2573 เพื่อเร่งการพัฒนาประเทศก่อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรจะส่งผลต่อศักยภาพการเติบโต


นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนอปรับแนวทางการชดเชย โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชน หลังถูกเวนคืนที่ดิน


ภายใต้ร่างกฎหมายใหม่ ประชาชนที่ถูกเวนคืนที่อยู่อาศัยจะได้รับสิทธิพิจารณาเป็นลำดับต้น ๆ ในการจัดสรรที่ดินแปลงใหม่ในพื้นที่เดิม


ข้อพิพาทเรื่องที่ดินถือเป็นประเด็นอ่อนไหวในเวียดนาม เนื่องจากการเจรจาค่าชดเชยมักใช้เวลานานหลายปี และบางครั้งนำไปสู่การประท้วง ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยในประเทศที่มีการควบคุมทางการเมืองอย่างเข้มงวด


ร่างแก้ไขดังกล่าวยังเสนอให้กำหนดหลักเกณฑ์การเวนคืนที่ดินให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงปฏิรูประบบประเมินราคาที่ดิน โดยใช้วิธีการกำหนดราคาที่โปร่งใสและอาศัยข้อมูลมากขึ้น เพื่อให้การจัดการที่ดินมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมยิ่งขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES