สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน จัดทำโดยรอยเตอร์สร่วมกับอิปซอส รวบรวมความเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง 1,166 คน ด้วยการสำรวจทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 14-17 ส.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และครอบครัว ทำกำไรจากธุรกิจดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม โดยมี 32% เห็นว่าเหมาะสม


ขณะที่ 69% ของกลุ่มตัวอย่าง เชื่อว่า ผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวของทรัมป์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในฐานะประธานาธิบดี โดยในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตมีความเห็นเช่นนี้ถึง 9 ใน 10 คน


ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันประมาณครึ่งหนึ่งยังมองว่า ทรัมป์ปล่อยให้ผลประโยชน์ทางธุรกิจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางการเมือง


ผลสำรวจยังพบว่า ชาวอเมริกันมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับระดับการทุจริตในรัฐบาลทรัมป์ เมื่อเทียบกับประธานาธิบดีคนก่อน ๆ โดยพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่มองว่า การทุจริตมีความรุนแรงขึ้น


ด้าน 56% ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน เห็นว่า สถานการณ์การทุจริตดีขึ้นอย่างน้อยในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือมองว่าสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงหรือเลวร้ายลง


อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลต่อพรรครีพับลิกัน ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึงในเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่า พรรคใดจะครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สองของทรัมป์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES