เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ โรงแรมบุรีศรีภู ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา เพื่อขับเคลื่อนสู่ระบบคมนาคมสีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการนี้ตนได้มีส่วนร่วมริเริ่มตั้งแต่เป็นโครงการในกระดาษ สมัยเป็นรองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เวลามาในพื้นที่ได้ยินประชาชนพูดว่าเมื่อไหร่จะมีโครงการสะพานเช่นนี้ จนวันนี้มีการมาเซ็นสัญญา ตนดีใจ แต่ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพวกท่านประชาชนในพื้นที่ เพราะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นควมใฝ่ฝันของพวกท่าน ตนและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะทำทุกอย่างให้สองโครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

อยากให้ลองนึกภาพหากโครงการนี้เสร็จ คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขนาดไหน ก่อนหน้านี้การเดินทางจากสงขลาไปพัทลุงใช้เวลา 2 ชั่วโมง อีกไม่กี่ปีจะเหลือ 15 นาที หากขับรถช้าหน่อยก็จะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถือว่าประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุนและเพิ่มโอกาสได้อย่างมาก ขณะที่จังหวัดกระบี่เราเชื่อมเกาะลันตากับแผ่นดินใหญ่เป็นสัญลักษณ์ว่าประเทศไทยโดยเฉพาะภาคใต้ต้องเป็นศูนย์กลางความเจริญในเรื่องเศรษฐกิจ การใช้ชีวิต โอกาสของประชาชน และดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประเทศ
2 สะพานนี้ถือเป็นสะพานแห่งโอกาสที่รัฐบาลต้องการให้ทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะบริเวณนี้มีระบบนิเวศที่ละเอียดอ่อน เรามีนโยบายชัดเจนว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมต้องไม่แลกด้วยความสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ จึงออกแบบและให้ปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุด
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ต่อไปก็จะมีการเชื่อมเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ไปยังฝั่งอันดามัน ระนอง พังงา กระบี่ สิ่งเหล่านี้เป็นคำตอบว่า Missing Link เมื่อทุกอย่างเชื่อมกันได้ก็จะเชื่อมไปข้างบน ข้างล่าง เชื่อมทแยง ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบในทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นศูนย์กลางประชาคมอาเซียน เพราะไม่ใช่แค่คนไทย 70 ล้านคน แต่เชื่อมไปยังคนในอาเซียนอีกเป็นพันล้านคน เราจะสนับสนุนอย่างจริงจังเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมทุกสิ่งของภูมิภาค และยังช่วยขับเคลื่อนในเรื่องการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย ไม่มีที่ไหนในภูมิภาคนี้ที่มีความพร้อมเรื่องการเชื่อมต่อระบบคมนาคมเท่ากับประเทศไทย

“นี่การเชื่อมจังหวัด 2 จังหวัดเป็นการเชื่อมสวรรค์ทั้ง 2 แห่ง ไม่ใช่การเชื่อมสวรรค์กับนรก เพราะมีเรื่องเล่าว่าพระเจ้าคุยกับยมบาล อยากเชื่อมสวรรค์กับนรก โดยการสร้างสะพานกันคนละครึ่งทาง ต่างฝ่ายต่างจ้างผู้รับเหมามาทำคนละครึ่ง 1 ปีผ่านไป ทางนรกทำได้มาครึ่งทาง แต่ทางสวรรค์ยังไม่เริ่มตอกเสาเข็ม ยมบาลจึงสอบถามพระเจ้าว่าเหตุใดยังไม่เริ่ม ทางพระเจ้าบอกว่า หาผู้รับเหมาไม่ได้ ยมบาลบอกว่า จะไม่มีผู้รับเหมาได้อย่างไร แต่ละปีมีขึ้นสวรรค์ไปกี่คน ทางพระเจ้าจึงตอบกลับว่ามันไม่มีหรอก ผู้รับเหมาอยู่ในนรกหมด
ขอให้พวกท่านอย่าทำเช่นนี้ ทั้ง จ.พัทลุง จ.สงขลา ลันตาน้อย ลันตาใหญ่ ต้องเป็นสวรรค์หมด ให้เป็นนรกไม่ได้ ขอให้ทำโครงการตามเจตนารมณ์รักธรรมชาติ คุณภาพต้องดี ทำโครงการเสร็จตามสัญญา และให้เป็นสัญลักษณ์ให้ประเทศไทยได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก” นายอนุทิน กล่าว
จากนั้นตัวแทนประชาชนจากจังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุงได้กล่าวขอบคุณ โดยตัวแทนได้ขอให้นายกฯ กลับมาเพื่อเป็นประธานในการเปิดสะพานด้วย






