วันที่ 31 ส.ค. นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกรณีสื่อต่างชาติวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Japanification หรือเศรษฐกิจเติบโตต่ำและเงินเฟ้อต่ำ ว่า จากตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่ผ่านมา ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดความกังวลหรือคำถามดังกล่าวขึ้น เนื่องจากตัวเลขหลายตัวส่งสัญญาณไปในทิศทางนั้นจริง
แม้ผลลัพธ์ของตัวเลขเศรษฐกิจในตอนท้ายจะดูคล้ายคลึงกัน แต่ที่มาที่ไป หรือสาเหตุเบื้องหลังของภาวะดังกล่าวของประเทศไทยและญี่ปุ่นไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
และไทยยังมีศักยภาพด้านการผลิตและการบริการที่ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้อีกมาก ซึ่งในปัจจุบันทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญและพยายามเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศที่เป็นอุปสรรคสำคัญ
นางปราณี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ธปท. มีการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ การปรับโครงสร้างหนี้ และเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อควบคุมการก่อหนี้ใหม่และดูแลการให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรม
รวมถึงกำกับดูแลสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง และความพยายามลดต้นทุนการใช้บริการทางการเงินและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญคือการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และมองว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยระดับต่ำช่วยประคับประคองและสนับสนุนเศรษฐกิจในปัจจุบัน
โดยมองไปข้างหน้านโยบายการภาครัฐ และ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านในด้านพลังงาน จะเข้ามาเป็นมาตรการเสริมในอนาคต
“แต่ถ้าไม่ใช้มาตรการอะไรเลย แต่ถ้านำประโยชน์จากการลงทุนด้านดิจิทัลจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา หากภาคธุรกิจสามารถแปลงการลงทุนเหล่านี้ไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยี โดยไม่ต้องใช้มาตรการภาครัฐและ ธปท. เพิ่มเติม จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริการของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ”



