เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 69 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า ได้รับฟังความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารแนวชายแดน จะดำเนินการอย่างไร หรือหากจะมีนโยบายในการปิดด่าน ก็ได้รับเสียงสะท้อนว่า หากปิดหมด ก็ทำมาหากินลำบาก ต้องรับฟัง ส่วนจุดไหนที่ยังไม่มีความเสี่ยงมาก ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมหรือกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการสื่อสารซึ่งกันและกัน อีกเรื่องคือการปรับปรุงแผนควบคุมสถานการณ์ และมาตรการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ต้องปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้บูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สมัยก่อน เมื่อพูดถึงการบูรณาการ นายกฯ คนหนึ่ง รมว.มหาดไทยก็คนหนึ่ง แต่วันนี้เป็นคนเดียวกันแล้ว การบูรณาการจะเห็นเป็นรูปธรรม นายกฯ กำกับดูแลตำรวจ กองทัพ ขณะที่ รมว.มหาดไทย ก็ดูแลฝ่ายปกครอง เพราะฉะนั้นจากนี้ไป ก็จะเห็นว่า นายอำเภอ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง และพลเรือน จะร่วมกันทำงานร่วมกัน และก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือบุคลากรให้เหมาะสม โดยทั้ง 4-5 คน ที่เป็นหัวเรือนี้ ต้องทำงานร่วมกันให้ได้
เมื่อถามว่าเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ผลการหารือกับคนในพื้นที่ โดยชูธงคนในพื้นที่ช่วยแก้ไฟใต้ นายกฯ กล่าวว่า ต้องทำงานร่วมกัน ประชาชนบอกให้รัฐบาลต้องทำแบบนี้ รัฐบาลก็ต้องรับฟังทั้งหมด แต่ทุกท่านก็ต้องช่วยรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลไม่มีทางรู้จักคนในพื้นที่ได้มากกว่าญาติพี่น้องของพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว รัฐบาลมีทั้งงบประมาณ และสิ่งสนับสนุนต่างๆ
“เจตนาเพื่อทำให้พวกเขาสามารถสร้างสันติสุขในพื้นที่ของพวกเขาได้ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันในการทำงาน แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการเจรจา ต้องไม่ปิดช่องเจรจา ซึ่งเราได้มีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อความมั่นคง โดยเน้นเรื่องการเจรจา และต้องเคารพกฎหมาย โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไหนที่ต้องเข้าไปปราบปราม หรือหากเขามารังแกเรา ทำเรื่องความไม่สงบ เราก็ต้องดำเนินการ ตรงนี้ไม่มีใครห้ามเราอยู่ ไม่ใช่เราไม่พูดคุยกับเขาเลย” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามต่อว่าการปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้ จะทำให้ไฟใต้ดับลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “มันต้องดีขึ้น จะมาบอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมา 30-40 ปีแล้ว พอมาเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งเดียว โอ้โห! จะเปลี่ยน แล้วมั่นใจได้เลย มันไม่มีใคร พูดได้ แต่มั่นใจว่า ฝ่ายรัฐบาล ภายใต้การนำที่ตนเป็นนายกฯ จะได้เห็นการบูรณาการ ความร่วมมือในฝ่ายบริหาร ที่ให้บริการพี่น้องประชาชน อย่างเป็นหนึ่งเดียวแน่นอน ตอนนี้สิ่งเดียวที่คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกฝ่าย ในการที่จะทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น”
เมื่อถามต่อว่าการที่จะแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะเป็นการเพิ่มจำนวนเก้าอี้ สส. ให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ นายกฯ ร้องโอ้โห ก่อนจะบอกว่า “อย่าไปถามแบบนี้ นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหน ตอนนี้เป็นรัฐบาล ต้องมีหน้าที่ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเลือกพรรคไหนมา หากเป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ต้องสร้างสันติสุข และสร้างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน”



