วันที่ 1 ก.ย. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทาง (ครม.สัญจร) จ.สงขลา ว่า ภายหลังจากรับฟังข้อเสนอจากผู้ประกอบการธุรกิจและเอสเอ็มอี (SME) ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า พิจารณาปรับปรุงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และกลุ่มที่ประสบอุทกภัย ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการขยายระยะเวลาความช่วยเหลือและลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่
รายละเอียดของโครงการแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
1.สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการในพื้นที่ 5 จังหวัด โดยมีกลุ่มเป้าหมาย เป็นผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ 5 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ โดยอัตราดอกเบี้ยจะพิจารณาปรับลดจากเดิม 1.99% เหลือเพียง 1.5% ต่อปี
รวมทั้งให้มีการขยายระยะเวลาโครงการยาวนานถึง 5 ปีเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรีไฟแนนซ์และดำเนินธุรกิจต่อในพื้นที่ได้โดยมีต้นทุนการเงินที่ต่ำลง
2.สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยจะเน้นกลุ่มที่ต้องการระยะเวลาในการฟื้นตัวหลังผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วม โดยมีอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ที่ค่อยๆ กลับมาของผู้ประกอบการ
- ในช่วง 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% หรือสินเชื่อแบบปลอดดอกเบี้ย
- เดือนที่ 7-24 อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.99% โดยรัฐช่วยอุดหนุนดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง
- หลังจากนั้นในช่วง 3 ปีสุดท้ายของโครงการอัตราดอกเบี้ย 2.99%
“การขยายระยะเวลาโครงการสินเชื่อในโครงการใหม่รวมเป็น 5 ปี มาจากเสียงเรียกร้องของคนในพื้นที่ที่มองว่าระยะเดิม 6 เดือนนั้นสั้นเกินไปสำหรับการฟื้นตัว กระทรวงการคลังจะร่วมกับธนาคารออมสินในการออกสินเชื่อในส่วนนี้เพื่อช่วยเหลือคนในพื้นที่ให้สามารถประกอบธุรกิจได้ต่อไป”
สำหรับในส่วนของวงเงินและการเข้าถึงสินเชื่อ ผู้ยื่นขอสินเชื่อแต่ละรายจะได้วงเงินกู้ต่อรายสูงสุดไม่เกิน 40 ล้านบาท ส่วนวงเงินรวมโครงการเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 4,000 ล้านบาท โดยมีลักษณะเป็นกรอบวงเงินที่ยืดหยุ่น หากมีความต้องการใช้สูงสามารถทยอยเปิดวงเงินเพิ่มได้เรื่อยๆ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำระบบ Credit Scoring (i-Score) เข้ามาช่วยพิจารณาสินเชื่อ เพื่อให้กลุ่ม SME โดยเฉพาะกรณีฟื้นฟูน้ำท่วมสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น



