สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ออกเตือนผู้ประกอบการเกษตรและอาหารไทย ให้เร่งปรับตัวรับมือกับนโยบายความมั่นคงทางอาหารของจีนในช่วงปี 2569–2578 หลังพบว่าจีนประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ จนลดการนำเข้าธัญพืชลงอย่างมหาศาล และมีแนวโน้มจะกลายเป็นผู้ส่งออกแข่งกับไทยในตลาดโลก

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยสถิติและแนวโน้มสำคัญของจีน ดังนี้:

  • ผลผลิตนิวไฮ: ปี 2568 ผลผลิตธัญพืชรวมของจีนสูงถึง 715 ล้านตัน (สูงสุดเป็นประวัติการณ์) และเนื้อสัตว์ทะลุ 100 ล้านตัน
  • นำเข้าทรุดหนัก: ส่งผลให้จีนลดการนำเข้าข้าวโพดลง 80.6% และข้าวสาลีลดลง 64.4%
  • รุกส่งออกแข่ง: จีนส่งออกผัก (+6.4%), ผลไม้ (+4.4%) และสัตว์น้ำ (+7.5%) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567

สินค้าไทยกลุ่มเสี่ยงสูง

  1. ข้าว: คาดการณ์ว่าจีนจะลดการนำเข้าข้าวลงเฉลี่ย 9.1% ต่อปี เหลือเพียงราว 9.5 แสนตันในปี 2578 แถมจีนยังมีแนวโน้มส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดโลก
  2. น้ำตาล: จีนตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตในประเทศเฉลี่ย 2.5% ต่อปี กดดันให้การนำเข้าน้ำตาลของจีนลดลงเหลือราว 4 ล้านตัน ในปี 2578

เปิดช่องทางรอด

แม้ข้าวและน้ำตาลจะชะลอตัว แต่ไทยยังมี “สินค้าดาวรุ่ง” ที่จีนต้องการเพิ่มขึ้นในระยะยาว:

  • ผลไม้พรีเมียม & แปรรูป: จีนมีแนวโน้มนำเข้าผลไม้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.1% ต่อปี และขาดดุลผลไม้ในระยะยาว เป็นโอกาสของผลไม้ไทยคุณภาพสูง
  • เนื้อไก่แปรรูป: คาดว่าในปี 2578 จีนจะนำเข้าสัตว์ปีกถึง 1.27 ล้านตัน (โตเฉลี่ย 2.4% ต่อปี) ซึ่งไทยมีมาตรฐานสูงและได้เปรียบ
  • อาหารทะเล & กุ้งแปรรูป: ความต้องการของจีนยังคงทรงตัวและเติบโตเฉลี่ย 1.6% ต่อปี แตะระดับ 8.08 ล้านตันในปี 2578

ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์แก่ผู้ประกอบการไทย

  • ยกระดับและสร้างแบรนด์: เน้นทำตลาดผลไม้เกรดพรีเมียมและสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-Added)
  • เจาะตลาดรายมณฑล: พัฒนาสินค้าให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของจีน
  • กระจายความเสี่ยง: เร่งหาตลาดส่งออกใหม่ๆ ควบคู่กับการติดตามนโยบายความมั่นคงทางอาหารของจีนอย่างใกล้ชิด