เมื่อวันที่ 2 ก.ย. พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี คุมตัว นายวิชัย หรือ “ต้น” อายุ 36 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุขโมยฆ้องสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร มูลค่า 30,000 บาท จากหน้าอุโบสถวัดมัชฌิมาวาส (พระอารามหลวง) โดยจับกุมได้ที่บ้านเช่าห่างจากวัดเพียง 200 เมตร พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้าวันเกิดเหตุ และฆ้องที่ถูกนำไปขาย

สืบเนื่องจากไวยาวัจกรเข้าแจ้งความว่าฆ้องหน้าอุโบสถหายไปช่วงดึกวันที่ 29-30 ส.ค. ที่ผ่านมา แม้กล้องวงจรปิดหน้าโบสถ์จะชำรุด แต่ชุดสืบสวนตามแกะรอยกล้องวงจรปิดรอบวัดจนพบเบาะแสคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาดูลาดเลาถึง 3 รอบ ก่อนยกฆ้องข้ามรั้ววัดขึ้นรถสามล้อเครื่องที่จ้างมารอรับหนีไป เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนไม่ถึง 24 ชั่วโมง จึงเข้าจับกุมนายต้นได้สำเร็จ

นายต้นรับสารภาพว่า นายวรรณา หรือ “แดน” อายุ 38 ปี เป็นคนวางแผนและชวนก่อเหตุ แม้ตนจะปฏิเสธในตอนแรกเพราะมาขอข้าววัดกินเป็นประจำ แต่นายแดนไม่ฟัง ได้จ้างสามล้อขนฆ้องหนัก 16 กิโลกรัม ไปขายร้านรับซื้อของเก่าในราคา กก.ละ 5 บาท ได้เงินมาเพียง 80 บาท ก่อนที่นายแดนจะหลบหนีไป

หลังทำแผน นายต้นได้กราบขอขมา “หลวงพ่อนาค” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอุดรธานี โดยผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้เทศนาเตือนสติว่าการขโมยฆ้องวัดซึ่งเป็นสัญญาณแห่งบุญ ถือเป็นบาปกรรมหนัก

ตำรวจแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” แก่นายต้น พร้อมสั่งดำเนินคดีกับร้านรับซื้อของเก่าในข้อหา “รับของโจร” เนื่องจากรู้ว่าเป็นวัตถุมงคลของวัด แต่ยังรับซื้อไว้ ส่วนนายแดนผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งล่าตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย