ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศอ.บต. เตรียมยกระดับ Halal Innovation Hub หรือศูนย์กลางนวัตกรรมฮาลาล จชต. โดย นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. หารือผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อยกระดับสินค้าใน จชต. ให้มีมาตรฐานสากล ส่งออกไปยังประเทศแถบตะวันออกกลาง และประเทศเพื่อนบ้าน ยกระดับชายแดนใต้เป็น ศูนย์กลางนวัตกรรมฮาลาล

รักษาราชการเลขาธิการ ศอ.บต. เผยว่า จากการพบปะผู้ประกอบการในครั้งนี้ พบว่า หลายรายมีความพร้อมในการยกระดับสินค้าของตนเองสู่ตลาดโลก ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ และการพัฒนาสินค้าผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ เพียงรอให้ภาครัฐส่งเสริม ประเทศไทยก็จะมีสินค้าฮาลาลใหม่ๆที่จะส่งออกนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศโลกมุสลิม

นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางเบื้องต้น ศอ.บต. มีเครือข่ายส่งเสริมการค้า 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.เครือข่ายผู้แสวงบุญที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ทุกปี ซึ่งเป็นโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากพื้นที่ไปประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ 2.เครือข่ายนักศึกษาไทยในต่างประเทศ ซึ่งเป็นบุคคลเชื่อมผลิตภัณฑ์จากบ้านเกิดสู่ตลาดต่างประเทศ สามารถจับมือกับผู้ประกอบการนำสินค้าไปทดลองตลาด สามารถสร้างช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ ซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่ให้การตอบรับแนวทางดังกล่าวเป็นอย่างดี 3.ตลาดประเทศมาเลเซีย สามารถเป็นช่องทางนำสินค้าและผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเข้าไปวางจำหน่ายและสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคได้

ด้าน น.ส.ประภัสสร จรูญพงศ์ หนึ่งในผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการยกระดับสินค้าสู่ต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงงาน PK cosmetic and development มีการผลิตสินค้าประเภทบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและคลายเส้น ซึ่งมีการส่งออกในประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่เป็นผู้แสวงบุญจากหลายประเทศเป็นอย่างมาก และขณะนี้ทางโรงงานยังมีการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เพียงเทน้ำร้อนก็สามารถรับประทานได้ทันที โดยขณะนี้มี ข้าวต้มยำกุ้ง ข้าวกะเพราะ ข้าวแกงพะแนงไก่ เป็นต้น ทั้งนี้หาก ศอ.บต. และรัฐบาล เข้าหนุนผู้ประกอบการ เชื่อว่า จะสามารถส่งออกสินค้าในพื้นที่ไปสู่ทั่วโลกได้ไม่ยาก โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล