เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาจากการใช้โครงการ TH-AI Passport ว่า ในเชิงเทคนิค ที่ AI สร้างภาพออกมาแล้วเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว เพราะโมเดลตั้งต้นที่จะมาสร้างรูปภาพมีหลายตัว มีเครื่องยนต์หลายเครื่องที่ใช้สร้างรูปภาพ และโมเดลเหล่านี้ไม่ได้เก่งภาษาไทย เนื่องจากราคาไม่แพงมาก ทำให้ภาพที่สร้างออกมากลายเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว แต่ถ้าเราเลือกโมเดลอื่น เช่น Nano banana ของ Google หรือ chatgpt จะเก่งภาษาไทยมากกว่าด้วยคำสั่งเดียวกัน ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นกระบวนการที่รัฐบาลพยายามประหยัดและลดต้นทุน

“เป็นการเอาของถูกมาให้เลือกใช้เป็นตัวเลือกแรก เพราะถ้าเอาของดีมาให้ใช้เป็นตัวเลือกแรก ก็จะกินทรัพยากรกินค่าใช้จ่ายเยอะ เอาจริง ๆ ของฟรีที่ใช้อยู่ทำได้เยอะกว่าอยู่แล้วดังนั้นต้องเทียบกันดู”

เมื่อถามว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บอกว่าต้องให้ระบบเรียนรู้ภาษาไทยก่อน นายภาวุธ กล่าวว่า มันอยู่ที่ตัวโมเดล โดยเฉพาะการสร้างรูปภาพโมเดลของจีนที่ใช้อยู่นี้ไม่ได้เก่งภาษาไทยมากนัก เพราะฉะนั้นต่อให้ไปเทรนอะไรก็ตาม เราต้องเลือกตัวที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น ก็จะมีความเก่งภาษาไทยมากขึ้น

โมเดลตัวที่สามารถสร้างภาพได้ดีขึ้นนั้นมีอยู่ในโครงการ TH-AI Passport อยู่แล้ว เพียงแต่ผู้ใช้ต้องไปเลือกโมเดลให้ตรงกับการใช้สร้างรูปภาพที่มีตัวหนังสือภาษาไทย ส่วนตัวได้ทดลองใช้แล้ว คิดว่าก็เร็ว แต่หากเลือกโมเดลผิด ตัวหนังสือภาษาไทยจะเพี้ยนทันที ดังนั้นต้องเลือกโมเดลให้ถูก

เมื่อถามว่าหลังจากที่ปรับเปลี่ยนแบบเหมางบ 1,600 ล้านบาท มาเป็นแบบรายหัว มองว่าคุ้มค่ากว่าหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ ที่เราได้มีการเปิดอภิปรายโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น จากที่ต้องจ่ายทีเดียว 1,600 ล้านบาท วันนี้มีการแก้สัญญาทำให้ จากนี้จะเป็นการจ่ายเงินจากการใช้จริงว่าแต่ละเดือนมีคนใช้เท่าไหร่ ซึ่งต่อคนแล้วตกประมาณ 24 บาทกว่า เพราะฉะนั้นตนคิดว่าตรงนี้ลดลงไปได้เยอะแล้ว

นายภาวุธ กล่าวต่อว่า หากโครงการนี้มีคนใช้ไม่เยอะ รัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือคนจะเข้ามาใช้เยอะหรือไม่ และคนที่เข้ามาใช้เป็นคนจริงหรือไม่ หรือเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นมา ฉะนั้นตนจึงตั้งข้อสงสัยว่า แล้ววันนี้เริ่มเห็นแล้วว่ากระทรวงดีอี เริ่มมีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้ ซึ่งก็อาจเป็นเรื่องที่ดี แต่คำถามคือจะมีการใช้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ตัวเลขที่เข้ามาใช้จะเป็นตัวเลขจริงหรือไม่ ตนอยากเห็นกรรมการตรวจรับที่จะมาตรวจสอบ หรืออาจเปิดเผยแดชบอร์ด ให้เห็นว่าปัจจุบันมีคนมาใช้เท่าไหร่จะได้มีความโปร่งใส ให้เห็นเลยว่าปัจจุบันมีคนใช้เท่าไหร่และใช้อย่างไร รวมถึงคณะกรรมการตรวจรับอาจจะต้องมีหน่วยงานหรือเอกชนจากภายนอก ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมตรวจรับ จะได้ถูกต้องและเป็นธรรม

เมื่อถามว่ามีความกังวลว่ายอดจะไม่ตรงตามเป้า นายภาวุธ กล่าวว่า ยังไม่เห็นตัวเลขแต่ก็เห็นว่ามีความพยายามชวนหน่วยงานรัฐเข้ามาใช้ซึ่งก็ดี เพราะเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายคนก็ใช้ AI ไม่เป็น ฉะนั้นพอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็ทำให้เขาใช้ได้ แต่คำถามคือเขาจะใช้จริงหรือไม่ และในระยะยาวจะใช้ต่อเนื่องหรือไม่ ถือเป็นข้อสงสัยที่เราตั้งไว้อยู่ สุดท้ายไหนๆ ทำมาแล้ว จะทำอย่างไร ให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด.