มาแล้วค่าแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกท่าน มาเจอกันอีกเช่นเคยกับพื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop K-Drama ของนักแสดง และไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ทุกท่านได้เข้ามาอ่านกันผ่านคอลัมน์ “SeoulStation” สัปดาห์นี้นูน่าอยากพาสาวกคอซีรีส์มาพูดถึงเรื่องราวการโคจรมาพบกันของสองพระเอกฮอตแห่งยุคอย่าง “ซงคัง” (Song Kang) รับบท “คังบีโอ” อัจฉริยะสายพยายาม ผู้ตามหาการยอมรับ และ “อีจุนยอง” (Lee Jun Young) รับบท “ชเวจองโย” ในซีรีส์เรื่องใหม่ “Four Hands Two Sonatas” จากช่อง tvN ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ไม่เพียงเพราะนี่คือผลงานคัมแบ๊กชิ้นแรกของซงคังหลังปลดประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่แล้ว และเป็นผลงานทิ้งทวนชิ้นสุดท้ายของอีจุนยองก่อนเดินทางเข้าสู่รั้วทหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ซีรีส์เรื่องนี้ยังก้าวข้ามขีดจำกัดของซีรีส์วัยรุ่นทั่วไป ด้วยการนำเสนอศิลปะดนตรีคลาสสิก บททดสอบของการเติบโต และความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเด็กอัจฉริยะในโรงเรียนศิลปะ

ล่าสุด จากงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา “นูน่าเมี้ยน” ก็เลยอยากจะพาทุกคนไปเจาะลึก 4 ประเด็นสำคัญที่ทำให้ “Four Hands Two Sonatas” กลายเป็นซีรีส์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!

1. “Four Hands Two Sonatas” มากกว่าแค่บทเพลง แต่คือการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกัน

หลายคนอาจคุ้นเคยกับซีรีส์แนวดนตรีหรือซีรีส์วัยรุ่นก้าวผ่านวัย แต่ผู้กำกับ “พัคฮยอนซอก” (ผู้เคยฝากผลงานกำกับชื่อดังอย่าง Stranger 2, Song of the Bandits และ Dance Sports Girls) ได้เผยถึงจุดเด่นที่แตกต่างอย่างชัดเจนว่า “ที่ผ่านมาซีรีส์แนวดนตรีอาจจะมีอยู่บ้าง แต่ซีรีส์ที่ถอดรหัสและร้อยเรียงทั้งดนตรีคลาสสิก มิตรภาพ ความรัก และการเติบโตของวัยรุ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องแรกๆ และเป็นความท้าทายใหม่ที่ผมได้ร่วมทดลองกับเหล่านักแสดง”

สำหรับความหมายของชื่อเรื่อง “Four Hands Two Sonatas” ผู้กำกับได้อธิบายสัญลักษณ์อันลึกซึ้งไว้ว่า ในทางดนตรีหมายถึงการเล่นเปียโนหลังเดียวกันโดยคนสองคน ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจหลักของเรื่องอย่างลงตัว เพราะตัวละครหลักทั้งสองคนไม่สามารถเติมเต็มบทเพลงแห่งชีวิตได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ต้องอาศัยการฟัง การปรับตัว และการก้าวผ่านบาดแผลทางอารมณ์ไปพร้อมๆ กับคนที่นั่งอยู่ข้างเคียง เพื่อให้เกิดเป็นท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ซีรีส์ยังถ่ายทอดพัฒนาการของตัวละครผ่านช่วงเวลาสำคัญถึง 2 ช่วงวัย คือ ช่วงอายุ 17 ปี ในวัยเรียนที่เต็มไปด้วยบาดแผลและการแข่งขัน และ ช่วงอายุ 27 ปี ที่วัยเยาว์ได้ผ่านพ้น กลายเป็นความลึกซึ้งและเข้าใจชีวิตที่มากขึ้น ทำให้ผู้ชมจะได้เห็นมิติการเติบโตของตัวละครอย่างแท้จริง

2. บาดแผลของเด็กอัจฉริยะ: “คังบีโอ” vs “ชเวจองโย”

ภายใต้เปลือกนอกอันสมบูรณ์แบบของเหล่าเด็กอัจฉริยะในโรงเรียนศิลปะเกาหลี (Korea Arts High School) ตัวละครเอกทั้งสองกลับซ่อน “ปมในใจ” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดย “คังบีโอ” (รับบทโดย ซงคัง) อัจฉริยะสายพยายาม ผู้ตามหาการยอมรับ คังบีโอคือนักเรียนชั้นปีที่ 1 ผู้เดินบนเส้นทางชนชั้นเอลีท เขาเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลที่คว้าชัยจากเวทีประกวดระดับโลก แต่เบื้องหลังพรสวรรค์คือการซ้อมหนักถึงวันละ 10 ชั่วโมง ซงคังได้นิยามตัวละครนี้ว่า “คังบีโอเป็นคนที่ขาดความรัก เขาทำทุกอย่างเพียงเพราะอยากได้รับความสนใจจากคุณตา สิ่งเดียวในชีวิตที่เขาทำได้จึงมีแค่เปียโน แม้จะชนะรางวัลมามากมาย แต่น้อยคนจะรู้ว่าในใจของเขายังรู้สึกว่าตัวเอง ‘ไม่ดีพอ’ อยู่ตลอดเวลา”

ขณะที่ตัวละคร “ชเวจองโย” (รับบทโดย อีจุนยอง) อัจฉริยะผู้หันหลังให้เปียโน เด็กหนุ่มผู้ย้ายเข้ามาใหม่ ผู้เคยหันหลังให้กับดนตรีและมองเปียโนเป็นอดีตที่อยากลืม อีจุนยองได้เปรียบเปรยตัวละครของตนเองไว้อย่างน่าสนใจว่า ชเวจองโย เปรียบเหมือน “พย็องยังแน็งมย็อน” (บะหมี่เย็นสไตล์พย็องยาง) ที่แรกสัมผัสอาจดูเรียบง่าย ไร้รสชาติฉูดฉาด แต่เมื่อซดชิมไปเรื่อยๆ จะพบกับความลึกซึ้งและมิติทางอารมณ์ที่ซับซ้อน การได้พบกับคังบีโอจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่บังคับให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่เคยหลบเลี่ยง และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง การก้าวเข้ามาของชเวจองโยจึงไม่ใช่แค่การปรากฏตัวของ “คู่แข่ง” แต่เป็นสภาวะกระทบกระทั่งที่ช่วยพังทลายกรอบเดิมๆ ของคังบีโอ และเปิดประตูไปสู่ความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของดนตรี

3. เบื้องหลังความทุ่มสุดตัว: เมื่อนักแสดงต้องกลายเป็น “นักดนตรีจริง”

เพื่อให้การถ่ายทำสมจริงที่สุด เหล่านักแสดงต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักนานหลายเดือนก่อนการถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น “ซงคัง” เปิดเผยว่า เขาต้องเข้าคลาสเรียนเปียโนอย่างจริงจังล่วงหน้านับเดือน และในช่วงที่เปิดกล้องถ่ายทำ ซึ่งไม่สามารถเข้าเรียนตามปกติได้ เขาจะใช้เวลาว่างทั้งหมดไปกับการเปิดดูวิดีโอการเล่นเปียโนของคุณครูเพื่อเก็บรายละเอียดทุกตัวโน้ตและภาษากาย ทางด้าน “อีจุนยอง” ซึ่งไม่มีพื้นฐานการเล่นเปียโนมาก่อน ได้เลือกใช้วิธีที่สร้างความประหลาดใจให้กับทีมงาน นั่นคือ การแกะและท่องจำเพลงทั้งเพลงด้วยหัวใจ โน้ตต่อโน้ต พร้อมทั้งซ้อมการแสดงอารมณ์และจังหวะการลงน้ำหนักมืออย่างละเอียด อีจุนยองถึงกับเปิดใจในงานแถลงข่าวว่า “เรื่องนี้ผมทุ่มเทหมดทั้งชีวิต เพื่อแสดงให้เห็นว่าผมสามารถรับบทบาทที่ลึกซึ้งและแตกต่างออกไปจากเดิมได้”

ไม่เพียงแค่นักแสดงนำชายเท่านั้น “จางกยูรี” (Jang Gyu Ri) ผู้รับบท “ฮงแจอิน” นักเล่นวิโอลาผู้มีประสาทสัมผัสทางดนตรีเป็นเลิศ ก็ต้องเผชิญความท้าทายไม่แพ้กัน แม้เธอจะมีพื้นฐานการเล่นไวโอลินมาตั้งแต่เด็ก แต่ความแตกต่างของโน้ตและระยะห่างของนิ้วบนเครื่องดนตรีวิโอลาทำให้เธอต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เธอแก้ปัญหาด้วยการถ่ายวิดีโอซ้อมเคาะจังหวะร่วมกับอาจารย์ดนตรีประหนึ่งการซ้อมเต้น เพื่อให้เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุดขณะบรรเลง ซี่งความตั้งใจนี้ยังสอดรับกับสไตล์การกำกับของผู้กำกับพัคฮยอนซอก ที่ลงทุนท่องจำโน้ตเพลงทุกเพลงในเรื่องจนแม่นยำ เพื่อให้สามารถกำกับอารมณ์ของนักแสดงได้ละเอียดลึกซึ้งเป็นระดับ “วินาที” ของบทเพลงเลยทีเดียว

4. โมเมนต์นอกจอ และเคมี “เก้าอี้เปียโนตัวเดียวกัน”

นอกจากเนื้อหาที่เข้มข้นแล้ว เสน่ห์อันน่าประทับใจของซีรีส์เรื่องนี้คือเคมีอันเป็นธรรมชาติของเหล่านักแสดง โดยเฉพาะมิตรภาพระหว่างซงคังและอีจุนยอง เนื่องจากในเรื่องมีฉากที่ทั้งคู่ต้องนั่งเล่นเปียโนร่วมกันบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน (Four Hands) ซงคังได้เล่าเบื้องหลังสุดฮาว่า “การต้องนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันกับจุนยองเป็นอะไรที่สนุกและอบอุ่นมากในฤดูหนาวครับ แต่มันก็แอบอึดอัดอยู่นิดหน่อย เพราะตัวเขาไม่ได้เล็กเลย!” ด้านอีจุนยองก็ไม่ยอมแพ้ ได้หัวเราะและแซวกลับทันทีว่า “พี่ซงคังออกกำลังกายหนักมากครับ แล้วเก้าอี้มันเล็กนิดเดียว วันไหนที่มีฉากนี้ พี่เขามักจะไปเล่นกล้ามไหล่มาก่อนถ่ายทำตลอด กล้ามแขนดันเบียดเข้ามาจนเต็มเก้าอี้เลยครับ” แต่ทว่า เบื้องหลังความอึดอัดบนเก้าอี้เปียโนตัวเล็กๆ นั้น กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้ทั้งคู่ได้ส่งผ่านอารมณ์ สื่อสารสายตา และสร้างความสนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้การถ่ายทำฉากอารมณ์ยากๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

บทสรุป: เหตุผลที่ไม่ควรพลาด ‘Four Hands’

“Four Hands Two Sonatas” จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ซีรีส์ดนตรีคลาสสิกทั่วไป แต่มันคือ “Four Hands Two Sonatas” ที่ร้อยเรียงท่วงทำนองของชีวิต บาดแผลของการเติบโต และความงดงามของการมีใครสักคนคอยเล่นเปียโนอยู่เคียงข้าง ด้วยงานภาพที่ประณีตละเมียดละไม การถ่ายทอดอารมณ์อันชาญฉลาดของผู้กำกับพัคฮยอนซอก บทเพลงคลาสสิกที่ไพเราะ และการทุ่มเทสุดตัวของนักแสดงระดับท็อปอย่าง ซงคัง, อีจุนยอง และจางกยูรี ซีรีส์เรื่องนี้จึงพร้อมที่จะกลายเป็นหนึ่งในผลงานขึ้นหิ้งที่จะประทับอยู่ในใจของผู้ชมอย่างแน่นอน

ปักหมุดรับชมความงดงามและร่วมเติบโตไปพร้อมกับพวกเขาทั้งหมด 12 ตอน ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง tvN.

ภาพ : tvN drama


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”