สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การที่ตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค. จากกระทรวงแรงงานสหรัฐ ที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้น 162,000 อัตรา นอกภาคการเกษตร ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 15 ก.ย. นี้ ซึ่งจะฉุดหุ้นกับพันธบัตรระยะสั้นให้ปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด และคณะกรรมการเฟด “ต้องฉลาดขึ้น” เพราะอัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้สหรัฐเสียเปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยตอนนี้สหรัฐควรมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% หรือต่ำกว่านั้น และปฏิเสธมุมมองที่ว่า การขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดพันธบัตร ซึ่งกังวลต่อปัญหาหนี้และเงินเฟ้อ
Trump says if the Fed doesn't cut rates, he'll stop trading with some nations https://t.co/p2ZBGG9zv5 https://t.co/p2ZBGG9zv5
— Reuters (@Reuters) September 4, 2026
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันถึงสิทธิของสหรัฐ ในการยุติการค้าหรือเรียกเก็บภาษีกับประเทศที่ได้ประโยชน์จากการค้ากับสหรัฐ โดยยกสวิตเซอร์แลนด์ เม็กซิโก และสหภาพยุโรป (อียู) เป็นตัวอย่าง
นอกจากนี้ ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อตลาดหุ้นที่ปรับลดลง พร้อมระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งควรส่งผลให้ตลาดปรับขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือทางการเงินของสหรัฐแข็งแกร่งขึ้น
ทั้งนี้ทั้งนั้น นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระดับสูงของทำเนียบขาว ระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานดังกล่าว สนับสนุนเหตุผลให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลเคารพความเป็นอิสระของเฟด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



