สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่าศูนย์บัญชาการกลางกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) รายงานว่า กองทัพสหรัฐโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 3 ลำ เพื่อตอบโต้ที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ยิงขีปนาวุธนำวิถีเข้าใส่เรือรบสหรัฐ 2 ลำ
เซนต์คอมระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐและเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีสามารถหลบหลีกการโจมตีที่ไม่มีเหตุอันควรได้ ก่อนที่กองกำลังสหรัฐจะตอบโต้ ด้วยการทำให้เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำไม่สามารถใช้งานได้ ได้แก่ เรือ “ดาวนี” ทอดสมอบริเวณนอกชายฝั่งเกาะคาร์ก “สตาร์ก 1” จอดอยู่ใกล้เมืองจาสก์ และเรือ “ไคลีโอ” ซึ่งไม่มีน้ำมันบรรทุกอยู่ ถูกโจมตีหลายครั้งจนได้รับความเสียหายอย่างสิ้นเชิง
“Let the message to the IRGC be clear: If you shoot at two of our ships, we will impose an even higher economic cost —taking out three of yours. We will not hesitate to defend American forces, and if necessary, destroy Iran’s limited and exposed oil fleet.” — Adm. Brad Cooper,… pic.twitter.com/UGGcSGsUtd
— U.S. Central Command (@CENTCOM) September 5, 2026
เรือทั้งสามลำเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนส่งน้ำมันเงามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสร้างรายได้สนับสนุนแก่ไออาร์จีซีและกองกำลังพันธมิตรในภูมิภาค
ด้านพล.ร.อ.แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการเซนต์คอม กล่าวว่า หากอิหร่านยิงเรือของกองทัพสหรัฐอีก สหรัฐก็จะตอบโต้ ด้วยการเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจให้แก่อิหร่าน ส่วนนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า หากอิหร่านยังไม่หยุด เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจะถูกทำลาย พร้อมขู่ว่า สหรัฐสามารถโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านได้ ทั้งในตะวันออกกลางและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามการโจมตีดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและก้าวร้าว รวมถึงเป็นภัยคุกคามอย่างชัดแจ้งต่อสันติภาพระหว่างประเทศ และความปลอดภัยของการเดินเรือเชิงพาณิชย์
เหตุการณ์ครั้งนี้เพิ่มความเสี่ยง ที่ความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายจะขยายไปสู่สงครามด้านการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียและพื้นที่โดยรอบ ท่ามกลางความพยายามของอิหร่าน ในการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อมูลการเดินเรือและภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเกือบ 20 ลำทอดสมออยู่ใกล้เกาะคาร์ก โดยหลายลำบรรทุกน้ำมันเต็มลำ แต่ไม่สามารถออกจากอ่าวได้เนื่องจากมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านมากกว่า 50 ลำอยู่ในอ่าวเปอร์เซียและบริเวณอ่าวโอมาน
ความตึงเครียดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายโจมตีตอบโต้กัน เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน และเพิ่มความกังวลว่าอาจเกิดวงจรการตอบโต้ระลอกใหม่.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



