สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่า ผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่รัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ หรือ รัฐแซกโซนี-แอนฮัลต์ ทางตะวันออกของเยอรมนี ปรากฏว่า พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 44% แม้ยังไม่ถึงระดับเสียงข้างมาก แต่ถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ที่พรรคขวาจัดมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลระดับรัฐของเบอรมนี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง


นายทิโน ชรูพัลลา ผู้นำร่วมของพรรคเอเอฟดี กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็น “ประวัติศาสตร์” และเป็นก้าวแรกสู่การผลักดันพรรคไปสู่การครองอำนาจระดับประเทศ ในการเลือกตั้งระดับชาติ ปี 2572


ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า ชัยชนะดังกล่าวสะท้อนความไม่พอใจของประชาชนต่อรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ กลางภูมิทัศน์การเมืองเยอรมนีที่กำลังแตกแยกมากขึ้น และถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของเมิร์ซ ผลสำรวจพบว่า 87% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐแห่งนี้ ไม่พอใจการบริหารของรัฐบาลกลาง


อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า พรรคเอเอฟดีจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ ได้หรือไม่ เนื่องจากพรรคการเมืองกระแสหลักของเยอรมนีต่างปฏิเสธที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคเอเอฟดี ซึ่งถูกหน่วยข่าวกรองภายในประเทศจัดให้เป็นกลุ่มขวาจัดสุดโต่ง


ทั้งนี้ พรรคเอเอฟดีได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากนโยบายเข้มงวดด้านการย้ายถิ่นฐาน ต้องการฟื้นความสัมพันธ์กับรัสเซีย ลดการสนับสนุนยูเครน และยกเลิกการใช้เงินสกุลยูโร


นอกจากนี้ พรรคเอเอฟดียังเสนอแนวทางส่งเสริมค่านิยมดั้งเดิมในโรงเรียนและสถาบันทางวัฒนธรรม จำกัดการย้ายถิ่นฐาน ปฏิรูปสื่อสาธารณะ รวมถึงห้ามชักธงสีรุ้งในโรงเรียนและเพิ่มการเรียนการสอนภาษารัสเซีย


ปัจจุบัน พรรคเอเอฟดีเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในระดับชาติของเยอรมนี โดยผลสำรวจล่าสุดให้อยู่ที่ 28% ขณะที่สหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (ซีดียู) ของเมิร์ซ ได้รับความนิยมอยู่ที่ 20% สะท้อนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของพรรคขวาจัด นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2556.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS