กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน หลังพบข้อมูลเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเข้าข่ายการถือครองทรัพย์สินในลักษณะ “นอมินี” หรือไม่ นั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะล่าสุดของการนัดหมายเข้าให้ปากคำในฐานะพยานตามหมายเรียกพยานครั้งที่ 2 ของนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งนัดหมายวันที่ 7 ก.ย. 69 และพบว่า นายสมชาติ ได้มีการส่งหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำในฐานะพยานออกไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 69 แทน โดยให้เหตุผลว่า ติดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกำหนดการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ระหว่างวันที่ 7–9 ก.ย. เป็นเหตุให้ในวันจันทร์ที่ 7 ก.ย. นายสมชาติ จะยังไม่ได้เข้าไปให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง และยังให้เหตุผลการติดภารกิจลงพื้นที่ต่างๆ ซึ่งการแจ้งเหตุขัดข้องดังกล่าว ทางคณะพนักงานสืบสวนจะต้องพิจารณาว่าเห็นควรให้นายสมชาติ ขอเลื่อนการให้ปากคำในฐานะพยานยาวไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 69 ตามความประสงค์ของนายสมชาติหรือไม่
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสืบสวนไม่มีเหตุขัดข้องในการแจ้งขอเลื่อนนัดหมายถึง 2 ครั้ง แต่เพียงตั้งข้อสังเกตถึงการเลื่อนหมายเรียกพยานของนายสมชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายสมชาติ ได้พยายามแสดงเจตจำนงของตนเองมาตลอดว่าพร้อมเข้าให้ข้อมูลชี้แจงกับดีเอสไอเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน และเพื่อความเป็นธรรมถูกต้อง ฉะนั้น เมื่อคณะพนักงานสืบสวนออกหมายเรียกพยานในครั้งที่ 1 นัดหมายวันที่ 31 ส.ค. 69 ทางพนักงานสืบสวนก็รอ เพราะพนักงานสืบสวนก็ต้องการให้ความเป็นธรรม นำข้อมูลชี้แจงเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบประกอบกับคำให้การของพยานรายอื่นๆ แต่ปรากฏว่า นายสมชาติ ก็ไม่ได้มาเข้าพบ เพราะอ้างเหตุผลว่าไม่ได้รับหนังสือของดีเอสไอ แต่เมื่อนัดหมายครั้งที่ 2 วันที่ 7 ก.ย. 69 ก็ยังมีการส่งเอกสารเลื่อนอีกครั้ง ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนเล็งเห็นว่าหากจะมีการอนุมัติให้เลื่อนหมายเรียกในฐานะพยานยาวออกไปขนาดนั้น คงไม่สามารถกระทำได้ จึงอยู่ระหว่างดุลพินิจพิจารณาของคณะพนักงานสืบสวนว่าจะนัดหมายให้นายสมชาติ เข้าพบเพื่อให้ปากคำชี้แจงอีกครั้งในวันที่ใด แต่คงไม่อนุญาตให้เลื่อนไปถึงสิ้นเดือน ก.ย. 69 ตามที่นายสมชาติ ระบุแจ้งมา
ขณะที่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ยอมรับว่า ตนเองได้รับเอกสารหมายเรียกในฐานะพยานของดีเอสไอ ซึ่งนัดหมายวันที่ 7 ก.ย. 69 แต่เนื่องด้วยติดภารกิจประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีกำหนดการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ระหว่างวันที่ 7–9 ก.ย. และต้องลงพื้นที่ จึงทำให้ตนไม่สามารถเดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวนดีเอสไอในวันที่ 7 ก.ย. ได้ แต่ได้มีการส่งเอกสารขอเลื่อนเเจ้งไปยังดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่มีเจตนาในการไม่ให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ แต่เนื่องด้วยติดภารกิจดังกล่าว จึงต้องส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ขอเลื่อนออกไปก่อน.



