เมื่อวันที่ 7 ก.ย. สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระพรหมเสนาบดี ที่ปรึกษามส. รองประธานกรรมการอำนวยการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5” พระธรรมวชิรสุนทร รักษาการประธานกรรมการบริหารกลางฯ และคณะกรรมการบริหารกลาง คณะกรรมการขับเคลื่อนระดับหนกลาง  พระราชวิชรโมลี เจ้าคณะภาค 14  พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการ “หมู่บ้านรักษาศีล 5” บ้านปลายคลองพาดหมอน ณ วัดเจ็ดริ้ว ต.เจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร  

โดยภายในงานมีพิธีสวดถวายพระพร ประกาศพระปริตร เจริญจิตภาวนา ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วย

พระพรหมเสนาบดี กล่าวว่า หัวใจหลักของโครงการ คือการสร้างความปรองดองสามัคคี โดยมีเสาหลักคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มองให้ลึกจึงจะเห็นว่า แท้จริงแล้วหมู่บ้านศีลศีล5 ก็คือสิ่งที่สร้างความร่วมมือของผู้คนทุกแวดวงในสังคมไทยซึ่งบ้านปลายคลองพาดหมอน อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เรียกว่าเป็นต้นแบบหมู่บ้านในจ.สมุทรสาครปีนี้ ที่ชูจุดเด่นของการมีกฏระเบียบยึดถือร่วมกันภายใต้หลักศีล 5 เป็นตัวกำกับ และขับเคลื่อนความหลากหลายของเชื้อชาติ ให้เกิดเป็นความสามัคคี ปรองดอง  

นายสราวุธ วรรณรังษี กำนันตำบลเจ็ดริ้ว กล่าวว่า บ้านปลายคลองพาดหมอน จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีประชากร 788 คน 180 ครัวเรือน มีวัดเจ็ดริ้วเป็นศูนย์รวมจิตใจ มีพระครูสังฆรักษ์ก้องไพร สุวฑฺฒโน เป็นเจ้าอาวาส ที่คงรักษาศาสนาประเพณีไทยรามัญไปพร้อมศรัทธาในพุทธศาสนาได้อย่างเหนียวแน่น บูรณาการศีล 5 เข้ากับกิจกรรมวิถีชีวิตของคนในชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา ส่งผลให้หมู่บ้านปลายคลองพาดหมอนเป็นชุมชนคุณธรรมที่นำหลักศาสนาและวัฒนธรรมไทยรามัญมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต โดยร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับปลูกฝังความกตัญญู ความสามัคคี ความเอื้อเฟื้อ และจิตอาสา ผ่านความร่วมมือในชุมชนโดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่าง บ้าน วัด รัฐ โรงเรียน และชุมชน เป็นกลไกลสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมสู่เด็กและเยาวชน ทำให้วัฒนธรรมได้รับการสืบทอดสู่คนรุ่นใหม่ และช่วยสร้างชุมชนให้เข้มแข็งและน่าอยู่อย่างยั่งยืน

คนในชุมชนยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบพอเพียง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นำทรัพยากรที่มีอยู่ในหมู่บ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันก็ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต ยึดหลักประชาธิปไตย มีกฎระเบียบของหมู่บ้านเพื่อให้ทุกคนยึดถือปฏิบัติตาม และคนในชุมชนยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ทำให้ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาชุมชนบ้านปลายคลองพาดหมอน หมู่ 5 ไม่มีข้อมูลการเกิดคดีความของหมู่บ้าน  ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และเป็นแบบอย่างของการสร้างสังคมสุจริตอย่างยั่งยืน