พระวชิรภาวนาภิรัต เจ้าอาวาสวัดตะโก จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า วัดตะโก ได้จัดโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์มาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อสืบอายุของพระพุทธศาสนา พัฒนาสามเณรศาสนทายาท เกิดประโยชน์ทั้งแก่วัดและแก่คณะสงฆ์ ทั้งเป็นแรงกระตุ้นวิริยะอุตสาหะของสามเณรให้มีกำลังใจในการเล่าเรียนและสืบพระศาสนาเพิ่มขึ้น โดยสามเณรที่สนใจต้องมีคุณสมบัติดังนี้ เรียนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกบาลี นักธรรม และแผนกสามัญ ทุกระดับชั้น ส่วนวิธีสอบเป็นการท่องปากเปล่า สามเณรผู้เข้าสอบจะต้องท่องให้คณะกรรมการฟัง โดยกรรมการแต่ละรูปจะแนะนำวิธีพอสังเขป สามเณร 1 รูปจะสอบกับกรรมการซึ่งเป็นอาจารย์ผู้ทรงปาติโมกข์ 1 รูปเท่านั้น และสอบเพียง 1 รอบ แบบตัวต่อตัว โดยจะถือตามลำดับที่โครงการจัดให้ เมื่อสอบเสร็จแล้ว กรรมการจะแจ้งผลซ้ำอีกครั้งว่าผ่านหรือไม่ผ่าน หลังจากนั้นจะแจ้งพิธีถวายทุนการศึกษาตามกำหนดการ โดยสถานที่ดำเนินโครงการฯ ณ อุโบสถวัดตะโก ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา

พระวชิรภาวนาภิรัต กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีสามเณรสมัครเข้ามาทั้งหมด 6 รูป คือ 1.สามเณร นพรัตน์ สุดสี อายุ 12 ปี วัดป่าสุคันธาวาส จ.สงขลา 2.สามเณร เรอสรรค์ ศิริพงษ์ไพบูลย์ อายุ 12 ปี วัดป่าสุคันธาวาส จ.สงขลา 3.สามเณร จิรวัฒน์ ลอยนอก อายุ 17 ปี วัดศรีสว่างโนนทัน จ.ขอนแก่น 4.สามเณร นครินทร์ โคตรชมพู อายุ 17 ปี วัดศรีสว่างโนนทัน จ.ขอนแก่น 5.สามเณร มนทาย อายุ 19 ปี วัดเทวราชกุญชร 6.สามเณร จิรายุทธ สุภาพ อายุ 19 ปี วัดชัยชนะสงคราม โดยมีสามเณรสอบผ่านแล้ว 2 รูป ได้แก่ สามเณร นพรัตน์ สุดสี ใช้เวลาสอบ 48 นาที และ สามเณร จิรายุทธ สุภาพ ใช้เวลาสอบ 48 นาที อย่างไรก็ตามทางโครงการยังคงรับสมัครสอบและทำการสอบไปจนถึงเดือนพ.ย.นี้

เจ้าอาวาสวัดตะโก กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ปาติโมกข์ คือ คัมภีร์ที่รวมวินัยของสงฆ์ 227 ข้อ ประมวลพุทธบัญญัติอันทรงตั้งขึ้นเป็นพุทธอาณา ปรากฏอยู่ในพระวินัยปิฎกหมวดสุตตวิภังค์ มีพุทธานุญาตให้สวดในที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เรียกกันว่าสงฆ์ทำอุโบสถ ถือเป็นหลักสำคัญเรื่องหนึ่งในไตรสิกขา โดยความหมายตามศัพท์ว่า หมายถึงธรรมที่ทำให้ผู้รักษา พ้นจากกิเลสเศร้าหมองมีตัณหา เป็นต้น หรือธรรมที่อาศัยพ้นจากอาบัติ พระสงฆ์จึงต้องมีการลงอุโบสถ เพื่อทบทวนพระปาติโมกข์เป็นกิจประจำทุกเดือน สามเณรผู้เป็นเหล่ากอแห่งสมณะ ผู้จักอุปสมบทเป็นพระภิกษุสืบพระศาสนาต่อไป หากได้ทรงจำพระปาติโมกข์ไว้ก่อน ก็จะได้ชื่อว่าปฏิบัติเหตุเพื่อความดำรงมั่นแห่งพระศาสนา



