เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ในห้วงของฤดูฝน นักท่องเที่ยวยังคงคึกคัก แต่หลายฝ่ายมองว่า ยังคงเทียบกับห้วงที่ผ่านมาไม่ได้ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน ที่เริ่มลดลง สถานการณ์ของผู้ประกอบการทัวร์ก็ได้รับผลกระทบ แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งพยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด

นายวรพจน์ ฉัตรกาญจนะ หรือ คุณตี๋ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวในปัจจุบันว่า รูปแบบการให้บริการได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากประสบการณ์ในตลาดธุรกิจทัวร์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดนักท่องเที่ยวจีนปิดตัวไปแล้วมากกว่า 90% และอาจสูงถึง 95% โดยปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเชียงใหม่ แต่ยังพบในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพมหานคร พัทยา และภูเก็ต เมื่อย้อนกลับไปก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 เคยรองรับนักท่องเที่ยวจีนเกือบ 10,000 คนต่อเดือน ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร พัทยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง พะเยา ลำพูน เชียงราย รวมถึงกาญจนบุรี หัวหิน พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และนนทบุรี แต่หลังสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงอย่างรุนแรง

กรุงเทพฯ ตอนนี้ ถ้าเป็นทัวร์จีนแผ่นดินใหญ่ ไม่เหลือแม้แต่คนเดียวต่อเดือนมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในอดีตเคยมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางผ่านบริษัทเดือนละ 6,000-7,000 คน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียง 200-300 คนต่อเดือน แม้บริษัทจะมีรถให้บริการมากกว่า 60 คัน ทั้งรถตู้และรถบัสแต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลง

การลดลงของนักท่องเที่ยวจีนเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ กระแสข่าวด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับประเทศไทยที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อจีนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การลักพาตัว และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาชาวจีน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมองว่า เหตุการณ์ที่ถูกนำเสนอผ่านข่าวไม่ได้หมายความว่าเกิดจากคนไทยทั้งหมด โดยหลายกรณีเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงกันเองในกลุ่มคนจีน แต่ประเทศไทยถูกใช้เป็นพื้นที่หรือจุดผ่านในการดำเนินการ ตอนนี้บ้านเราในมุมมองของคนจีนเหมือนไม่ปลอดภัยแล้ว บวกกับเศรษฐกิจของเขาที่ก็ย่ำแย่ด้วย แม้ตลาดจีนจะหดตัวอย่างหนัก แต่บริษัทสามารถประคองธุรกิจด้วยการขยายตลาดใหม่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้และไต้หวัน รวมถึงตลาดรถเช่าสำหรับคนไทย ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยรายได้บางส่วน

สำหรับตลาดไต้หวัน ก่อนโควิดตลาดดังกล่าวเติบโตหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ และยังเติบโตต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แต่การขยายตัวมากกว่านี้อาจทำได้ยาก เนื่องจากประชากรมีเพียง 20 กว่าล้านคน และจำนวนเที่ยวบินมีข้อจำกัด ส่วนตลาดเกาหลีใต้จะมีช่วงพีคประมาณเดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จากประสบการณ์ในวงการท่องเที่ยวกว่า 30 ปี ซึ่งเริ่มทำงานด้านทัวร์ตั้งแต่อายุ 18 ปี มองว่าตลาดทัวร์จีนจะไม่สามารถกลับมาเหมือนในอดีตได้อีกแล้ว จึงจำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ โดยขยายธุรกิจไปยังประเทศจีน และปัจจุบันมีร้านอาหารไทยในนครเซี่ยงไฮ้แล้ว 2 สาขา และกำลังเตรียมเปิดสาขาที่ 3 ในช่วงต้นปีหน้า

“ถ้าจะให้กลับมาเหมือนเดิม ผมใช้คำว่า ‘จบแล้วครับนาย’ ไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้แล้ว” นอกจากตลาดจีนที่หดตัวอย่างรุนแรงแล้ว ตลาดคนไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จำนวนนักท่องเที่ยวไทยลดลงประมาณ 80% เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ในช่วงโควิดซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ยากลำบาก วันธรรมดายังมีนักท่องเที่ยวประมาณ 100-200 คน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์มีประมาณ 400-500, 500-600 คน แต่ปัจจุบันวันธรรมดาเหลือเพียงหลักสิบคน ขณะที่วันเสาร์-อาทิตย์จึงจะมีประมาณ 100 กว่าคน

จากการลงพื้นที่สำรวจเมื่อเดือนที่ผ่านมา พบสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้าหลายแห่งเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยคึกคักกลับหดหายไปจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องเช่าพื้นที่และมีต้นทุนคงที่ ขณะที่ธุรกิจของตนยังมีข้อได้เปรียบจากการเป็นเจ้าของที่ดินและมีรายได้จากตลาดทัวร์เข้ามาช่วยพยุงค่าใช้จ่าย

สำหรับแนวโน้มการท่องเที่ยวเชียงใหม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี ประเมินว่า หากเทียบกับปีที่แล้ว ปริมาณการท่องเที่ยวโดยรวมทั้งตลาดคนไทยและต่างชาติ เต็มที่ไม่น่าจะเกิน 70% ของปีที่แล้ว เนื่องจากตลาดจีนลดลง ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเองก็ลดลง และตลาดคนไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อีกปัจจัยสำคัญคือการแข่งขันจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติรอบกรุงเทพฯ เช่น กาญจนบุรี นครนายก และเขาใหญ่ ซึ่งมีระยะทางใกล้กว่า ทำให้นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก สามารถเดินทางได้สะดวกกว่า

นายวรพจน์ ยังตั้งข้อสังเกตถึง “เสน่ห์เชียงใหม่” ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันและสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่อ่างขาง ซึ่งในอดีตไม่สามารถปลูกมะม่วงได้ แต่ปัจจุบันสามารถปลูกมะม่วงได้แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

วิกฤตครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “นักท่องเที่ยวจีนหาย” แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค เศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย การแข่งขันจากแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ขณะที่ผู้ประกอบการเรียกร้องให้รัฐบาลมองไกลกว่ามาตรการกระตุ้นระยะสั้น และเร่งแก้ปัญหาเชิงลึก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยสามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว