เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเป็นการพิจารณาในมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายโดยแสดงภาพประกอบเป็นรูปข้าราชการระดับสูงกระทรวงมหาดไทย (เบลอใบหน้า) กำลังย่อเข่าไหว้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมอภิปรายว่า เห็นภาพนี้แล้วแทบเข่าทรุด มีการพินอบพิเทา นั่งย่อไหว้ นี่คือข้าราชการจารีตของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เห็นแล้วแทบไม่มีความหวัง ไม่ว่านายกรัฐมนตรีไปไหนจะเห็นบุคคลนี้เป็นเงาติดตามตลอด

“การเจอลูกน้องเอาอกเอาใจเจ้านายแบบนี้ บ้านเมืองจะไปอย่างไร ศักดิ์ศรีของข้าราชการต้องมี ต้องขออภัยข้าราชการ และขออภัยนายกรัฐมนตรี ระบบศักดินาเจ้าขุนมูลนาย เลียแข้งเลียขาแบบนี้ต้องหมดไปจากกระทรวงมหาดไทย จึงไม่ทราบจะปรับลดงบประมาณอย่างไร เพราะเป็นเรื่องจริยธรรมส่วนบุคคล หวังว่าจะไม่เห็นภาพนี้อีก หากผมมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะไม่ยอมให้คนแบบนี้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยอย่างแน่นอน” นายอดิศร กล่าว

ด้านนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า สิ่งที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตัดลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย จะไม่มีผลเลยหากผู้ใช้งบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาอดีตผู้ว่าราชการ จ.ปัตตานี เคยระบุว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในยุคที่นายอนุทินเป็น รมว.มหาดไทยมีปัญหา ข้าราชการหมดกำลังใจเพราะมีการแต่งตั้งคนที่มีอาวุโสน้อยข้ามหัวขึ้นไป แม้ตามกฎหมายจะไม่ให้นักการเมืองใช้อำนาจแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีบุคคลเสนอให้เปลี่ยนตัวบุคคลตามที่ต้องการ หากปล่อยปละละเลย บ้านเมืองจะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน

นายชวน กล่าวต่อว่า ขณะนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ก็รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง จนต้องนัดชุมนุมเพื่อเรียกร้องประเทศกลับคืนมา จึงขอฝาก กมธ. พิจารณาว่า ตัวบุคคลที่จะทำให้การใช้งบประมาณประสบความสำเร็จคือคนที่รัฐบาลแต่งตั้งไปทำงาน หากไปตั้งคนที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ทางการเมือง ประเทศชาติก็ไม่ได้อะไร แต่ถ้าตั้งคนดีเข้าไปทำงาน งบประมาณก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด

“ก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเคยทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อเดือน ม.ค. 2569 ขอให้กำชับข้าราชการมหาดไทยวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะข้าราชการเกรงใจนักการเมือง จึงขอฝาก กมธ. ช่วยคิดว่าอย่าปล่อยให้บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ หากสนใจเฉพาะตัวเลขงบประมาณโดยไม่ใส่ใจเรื่องตัวบุคคลที่จะมาทำงาน ก็ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ ขอให้ช่วยกันคิดพาบ้านเมืองไปในทิศทางที่ดีขึ้น” นายชวน กล่าว