ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า จากความกังวลของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเรื่องปลาหมอคางดำ ที่เกิดการระบาดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 หรือประมาณ 6 ปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่การระบาดรุนแรงมากขึ้น ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่เข้ามากำกับดูแลก็ไม่เคยนิ่งนอนใจ ได้มีการดำเนินการเชิงรุกมาตรการไปแล้ว 7 มาตรการ

และจากกรณีที่ศาลปกครองกลางชั้นต้นมีคำพิพากษาในประเด็นปลาหมอคางดำว่า ให้กรมประมงดำเนินการตามแผนที่ได้เคยกำหนดไว้แล้ว โดยให้กระทรวงเกษตรฯ ให้การสนับสนุน และให้ดำเนินการภายใน 180 วัน นับแต่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า

“รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา ‘ปลาหมอคางดำ’ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และอาจกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด การควบคุมการระบาดของปลาหมอคางดำ จึงเป็นพันธกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ไม่รอผลคดีถึงที่สุด”

โดย 7 มาตรการดังกล่าว มีดังนี้ 1. การเร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการระบาดโดยเร็วที่สุด 2. การปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำเพื่อช่วยล่าปลาหมอคางดำและจำกัดจำนวนปลาหมอคางดำให้อยู่ในพื้นที่ที่ควบคุมได้ 3. การนำปลาหมอคางดำที่จับขึ้นมาได้ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น แปรรูป ทำปลาป่นหรือทำปุ๋ย เพื่อไม่ให้ทิ้งเสียเปล่า

4. การวางมาตรการเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปยังแหล่งน้ำใหม่ 5. การให้ความรู้และดึงเครือข่ายเกษตรกรในระดับชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง 6. การใช้นวัตกรรมและงานวิจัยด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการ เช่น ระบบ Tracking เพื่อติดตามและป้องกันการลุกลาม รวมถึงการวิเคราะห์ DNA 7. การดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางน้ำ หลังจากกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่สำเร็จแล้ว

ซึ่งพี่น้องประชาชนก็อาจมีคำถามว่า หากดำเนินการไปแล้ว ทำไมยังไม่สามารถกำจัดได้สิ้นซาก ต้องขอเรียนว่า ปัจจุบันได้พบการระบาดเป็นวงกว้างอยู่ 21 จังหวัดและมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและบุคลากรที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ โดยทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยื่นขอสนับสนุนงบกลางไป รวมถึงผมก็ได้หารือ นรม. ไปแล้ว รัฐบาลจะยกระดับมาตรการกำจัดและควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง รอการอนุมัติ โดยทางเรานำมาตรการเดิมที่ได้ผลมาดำเนินต่ออย่างเข้มข้น และครอบคลุมพื้นที่ ทั้ง 21 จังหวัด ตลอดจนเพิ่มมาตรการใหม่ คือ ใช้เครื่องมือที่กฎหมายประมงฉบับใหม่อนุญาตรวมถึงวิธีการที่กรมประมงได้ทดลองและประเมินว่ามีประสิทธิภาพ

เเนื่องจากพื้นที่แพร่ระบาดมีขนาดกว้าง รัฐบาลจึงต้องสร้างกลไกให้ชาวประมง ชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมและลดจำนวนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เราจะตั้งกลไกเฉพาะกิจ คณะกรรมการพิเศษขึ้นมากำกับโดยเฉพาะโดยตรง ควบคู่กับ คณะเคลื่อนที่เร็วในระดับจังหวัด (Task Force )ในระดับปฏิบัติการทุกจังหวัดที่พบ เพื่อให้การดำเนินงานมีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานหลายหน่วยงานและลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการเยียวยา ผมได้ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด กรณีปลาหมอคางดำถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกภาคส่วนทั้งรัฐและภาคเอกชนต้องมีความเข้มงวดในความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศของสัตว์น้ำ กรมประมงจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตการนำเข้า และการควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น รวมถึงยกระดับระบบเฝ้าระวังบริเวณด่านและกลไกกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคตครับ