​นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) นัดแรกของคณะกรรมการชุดใหม่ ร่วมกับผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ 3-4 สมาคม ได้เห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่แบบ 3 เทียร์ พร้อมกับระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศครอบคลุมทุกเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (อีวี), รถยนต์ไฟฟ้าอาร์อีอีวี รถยนต์ไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและรักษาฐานการผลิตยานยนต์ของไทย ไม่ย้ายฐานการผลิตไปนอกประเทศ

​สำหรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตแบบ 3 กลุ่ม หรือเทียร์ จะแบ่งตามเงื่อนไขการผลิตและการลงทุน ได้แก่ เทียร์ที่ 1 อัตราภาษีต่ำที่สุด สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ภายในประเทศ (โลคอล คอนเทนท์) ตามเกณฑ์ที่กำหนด เทียร์ 2 อัตราภาษีระดับกลาง สำหรับรถยนต์นำเข้าที่มีแผนเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทยอย่างชัดเจน และ เทียร์ที่ 3 อัตราภาษีสูงที่สุด สำหรับรถยนต์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์โดยไม่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและไม่มีแผนการลงทุน ซึ่งจะเก็บมากกว่าปัจจุบันที่ 10%

​ด้านขั้นตอนการดำเนินงาน กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จะเร่งสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีของแต่ละเทียร์ เพื่อนำเสนอต่อ ครม. พิจารณาอนุมัติโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน กรมฯอยู่ระหว่างพิจารณาปรับสูตรการคำนวณมูลค่าชิ้นส่วนในประเทศ หรือโลคอล คอนเทนท์ ตามข้อเสนอของภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นการนับมูลค่าจากชิ้นส่วนสำคัญและการวิจัยพัฒนาในประเทศจริง แทนการรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั่วไป เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง

​นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ได้แก่  คณะอนุกรรมการส่งเสริมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า มี รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธาน ทำหน้าที่ดูแล ห่วงโซ่อุปทาน การกำหนดมาตรฐาน และการบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างครบวงจร ซึ่งมีแพลตฟอร์มกลางมาติดตามการผลิตการใช้ การกำจัด จนถึงรีไซเคิล แบตเตอรี่ตั้งตั้งแต่ต้นทางและถึงปลายทาง และ  คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า มี รมว.พลังงานเป็นประธาน เร่งขยายตู้ชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ บอร์ดอีวี ยังมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังไปศึกษาแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้ากลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์  เช่น รถบัส และรถบรรทุก รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านในทุกกลุ่ม รวมถึงการหารือร่วมกับภาคเอกชนเกี่ยวกับช่วงเวลาผ่อนผัน ในการปรับตัวเข้าสู่ระบบภาษีใหม่ เพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของมาตรการส่งเสริมอีวี 3.0-3.5 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง ส่งผลให้สัดส่วนการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ที่เป็นอีวีรวมทุกประเภท เพิ่มขึ้นเกินกว่า 50% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด อีกทั้งยังดึงดูดเงินลงทุนจากค่ายรถยนต์ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีค่ายรถยนต์สี่รายใหญ่ประกาศแผนลงทุนรวมกันมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งภูมิภาค

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การจัดทำภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวี รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและอื่นๆ นั้น จะเสนอ ครม. อนุมัติได้ภายในเดือนก.ย.นี้ เพราะขณะนี้กรมสรรพสามิต ทำข้อมูลก้าวหน้าไปมากแล้ว

“เรายังไม่สามารถเปิดเผยอัตราการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวีได้ เนื่องจากเป็นอำนาจของครม. ที่จะต้องเห็นชอบต่อไป โดยกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิตมีหน้าที่จัดทำข้อมูลเท่านั้น เชื่อว่าการเสนอครม.ได้เร็วก็จะดีที่สุด

​