จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าจับกุม “พระวชิรญาณ วิ.” หรือ “หลวงพ่ออติโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมยักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท และโอนเงินเข้าบัญชีหญิงใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศภายในกุฏิ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินคดีและขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 69 พระราชธรรมนิเทศ หรือ “พระพยอม กัลยาโณ” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่แท้จริง แต่หากผู้ที่บวชเป็นพระกลับประพฤติตนในลักษณะดังกล่าว ก็ไม่ควรเรียกว่าเป็นพระ พร้อมเปรียบเทียบพฤติกรรมการนำเงินของศาสนาไปใช้ส่วนตัวว่าเข้าข่ายลักษณะ “ภิกษุมหาโจร”
พระพยอม กล่าวว่า หากมีการนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัวเป็นจำนวนมาก ยิ่งกว่าทรัพย์สินที่โจรบางรายปล้นไป ก็ถือเป็นการทำลายศาสนาอย่างร้ายแรง และกรณีดังกล่าวยังถึงขั้นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม จึงอยากฝากเตือนไปยังพระสงฆ์ทุกรูปที่ยังมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันว่า หากรู้ตัวว่ากำลังทำผิดควรหยุดเสีย ก่อนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลที่ผ่านการปลุกเสกโดยพระที่ถูกกล่าวหา พระพยอม ระบุว่า ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปกว่าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และตั้งคำถามว่า หากผู้ปลุกเสกไม่สามารถควบคุมกิเลสของตนเองได้ แล้วจะนำสิ่งใดมาเป็นหลักประกันว่าวัตถุมงคลนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์
พระพยอม ยังเตือนกลุ่มผู้ศรัทธาสายมูว่า ไม่ควรให้ความสำคัญกับปาฏิหาริย์หรือพิธีกรรมมากกว่าหลักธรรม เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากผู้ประกอบพิธีไม่สามารถควบคุมกิเลสและพฤติกรรมของตนเองได้ เงินทองที่ได้มาก็อาจถูกนำไปใช้เพื่อสนองความต้องการส่วนตัว
พร้อมมองว่ากรณีที่เกิดขึ้นอาจเป็นบทเรียนสำคัญให้ประชาชนได้ทบทวนความเชื่อ และหันกลับมาให้ความสำคัญกับหลักคำสอนมากกว่าตัวบุคคลหรือวัตถุมงคล โดยประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาได้มากกว่าคำเตือนเพียงอย่างเดียว
พระพยอม ย้ำว่า ปัญหาในลักษณะ “ภิกษุมหาโจร” สามารถป้องกันได้ หากพระสงฆ์ยึดมั่นและปฏิบัติตามพระธรรมวินัย โดยเฉพาะข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการอยู่ตามลำพังกับสตรีในสถานที่ลับตา เพราะพระธรรมวินัยเปรียบเสมือนเกราะคุ้มครองพระสงฆ์ หากยังรักษาข้อปฏิบัติพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้ ก็ยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าวัตถุมงคลที่ปลุกเสกจะมีความขลังหรือศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด.



