เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ ศาลอาญาพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ อ.3160/2568 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนงเป็นโจทก์ฟ้อง นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท อายุ 37 ปี ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตระกูลดังหมื่นล้านเป็นจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดประเภท 1 และมียาเสพติดประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 จำเลยได้เสพเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ทราบจำนวน และมียาเสพติดโคคาอีนไว้ในครอบครอง รวมทั้งครอบครองอาวุธปืนไรเฟิล 2 กระบอก เครื่องกระสุนและอื่นๆ ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เหตุเกิดในบ้านเลขที่ 1104/351 และ 1104/342 โครงการโนเบิล คิวบ์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร
จำเลยให้การรับสารภาพเฉพาะข้อหาเสพยาเสพติดและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ส่วนข้อหาความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า อาวุธปืนมีชื่อภรรยาเป็นเจ้าของ
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานแล้ว ในส่วนอาวุธปืนจำเลยอาจหยิบอาวุธปืนสั้นดังกล่าวที่วางอยู่ภายในบ้านในลักษณะที่ไม่ได้เก็บไว้มิดชิดมาพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัวในขณะออกไปดูว่ามีใครมาที่บ้านก็ได้ ลำพังข้อเท็จจริงที่พยานทั้งสองพบเห็นจำเลยพกอาวุธปืนสั้นดังกล่าวอยู่ในขณะเข้าตรวจค้นยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนพกสั้นกระบอกดังกล่าว รวมถึงเป็นผู้ครอบครองอาวุธปืน ส่วนของอาวุธปืน ซองกระสุนปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลางทั้งหมดที่ตรวจพบ และแม้ว่าอาวุธปืน ส่วนของอาวุธปืน ซองกระสุนปืน และเครื่องกระสุนปืน วางอยู่ จำเลยอาจใช้เพื่อตรวจดูว่ามีใครบุกเข้ามาในบ้านพักได้ ข้อหานี้พยานโจทก์มีน้ำหนักน้อย
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลยาเสพติด มาตรา 91, 104, 146 วรรคสอง (1), 162 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ฐานมีโคคาอีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 40,000 บาท รวมจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน และปรับ 44,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกรวม 9 เดือน และปรับรวม 22,000 บาท พิเคราะห์แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นคนดีสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในเวลาคุมประพฤติ และทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร และให้จำเลยไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติด ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง ริบของกลางทั้งหมด.



