เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทำงานเชิงรุก รวดเร็ว และเด็ดขาด เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันมีข้อมูลว่า มีปลาหมอคางดำระบาดอยู่ใน 21 จังหวัด

ดังนั้นเพื่อให้การทำงานคล่องตัวและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมา เพื่อกำกับการแก้ไขปัญหาโดยตรง และเตรียมตั้งคณะเคลื่อนที่เร็วระดับจังหวัด หรือ Task Force ใน 21 จังหวัดที่มีรายงานการระบาด เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานงานระหว่างหลายหน่วยงาน และลงพื้นที่ปฏิบัติการล่า-จับ-ควบคุมปลาหมอคางดำได้ทันที ตัดขั้นตอนยุ่งยากด้านเอกสาร

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการเชิงรุกที่ดำเนินการไปแล้ว 7 ด้าน ได้แก่ การเร่งล่าและกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ปล่อยปลาผู้ล่า เพื่อคุมปริมาณจำนวนปลา นำปลาที่จับได้ไปแปรรูปทำปุ๋ยหมักและปลาป่น สร้างรายได้ บล็อกพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปแหล่งน้ำใหม่ ผนึกกำลังชุมชน ดึงอาสาสมัครและชาวบ้านร่วมเป็นหูเป็นตา ใช้นำเทคโนโลยีวิเคราะห์ DNA และนำระบบ Tracking มาใช้ติดตามการกระจายตัว และฟื้นฟูระบบนิเวศ หลังควบคุมพื้นที่สำเร็จ

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำนี้ รัฐบาลได้วางแผนจัดสรรงบประมาณปี 2570 ไว้ประมาณ 70-90 ล้านบาท แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น อาจส่งผลให้งบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรีให้รับทราบในหลักการแล้ว และอาจจะต้องขอรับการสนับสนุนงบกลางเพิ่มเติมประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อใช้ในการควบคุมและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดอย่างครอบคลุม.