เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางนิภาวรรณ ใยบัวเทศ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ได้สั่งการให้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด

จากนั้นจึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วยเปิด “ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์” นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ที่สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ถนนเพชรเกษม และบริษัทขนส่งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่ กทม. ปิดประตูหน้าด่านสกัดเส้นทางลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายจากภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ชั้นในอย่างเด็ดขาด ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นมา

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนเพชรเกษม บริเวณด่านตรวจห้วยยาง อำเภอทับสะแก ตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย สามารถสกัดจับสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้อีกลอตใหญ่ รวมของกลางที่ตวจยึดจับกุมได้ทั้งหมดคือ บุหรี่ต่างประเทศหนีภาษี กว่า 2.2 ล้านมวน บุหรี่ไฟฟ้าและหัวน้ำยา รวม 439 ชิ้น กระเป๋าแบรนด์เนม รวม 23 ใบ ยาสมุนไพรต่างประเทศเถื่อน135 ขวด น้ำหอมต่างประเทศเถื่ินรวม 53 ขวด และน้ำอัดลมลักลอบนำเข้า รวม 816 ขวด ยอดรวมมูลค่าของกลางและภาษีอากรที่พึงชำระสะสม 25,711,739 บาท ซึ่งจะเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้กระทำผิดต่อไป

นายฐิติพงศ์ เปิดเผยว่า จะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยในสัปดาห์จะมีการประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนเพื่อวางแนวขยายผลการดำเนินคดี โดยการออกหมายเรียกบริษัทขนส่ง และผู้ส่งสินค้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดดำเนินคดึต่อไป.