ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีนี้ ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวงการพระสงฆ์ไทย ได้ถูกสั่นคลอนอยู่หลายครั้ง ดั่งเช่นข่าวดังถึงความสัมพันธ์อันมิชอบระหว่างพระภิกษุสงฆ์กับฆราวาสสตรี หรือ “สีกา” ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการผิดพระวินัยปาราชิกขั้นร้ายแรงจากการเสพเมถุนเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเงินบริจาคและศาสนสมบัติของพุทธศาสนิกชนมหาศาล

ปรากฏการณ์การบุกจับกุมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กรณีของวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง จนถึงพระอารามหลวง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ผูกพันระหว่างกามราคะ อำนาจปกครองสงฆ์ และการยักยอกฟอกเงิน

1.คดี “สีกากอล์ฟ”

คดีของ น.ส.วิลาวัลย์ หรือ “สีกากอล์ฟ” อายุ 35 ปี ถือเป็นเคสแรกๆ ที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่สังคม จากการที่เธอเข้ามาพัวพันกับพระราชาคณะและพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในหลายจังหวัด โดยสีกากอล์ฟรับสารภาพว่ามีปมในอดีตจากการถูกบิดาทอดทิ้ง จึงมักแสวงหาความอบอุ่นจากพระผู้ใหญ่ โดย “รักแรก” ของเธอเริ่มต้นในปี 2556 กับอดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร (เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง) ซึ่งเปย์ทรัพย์สินให้อย่างมหาศาล รวมถึงรถยนต์หรู Mercedes-Benz SLK ก่อนจะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ และขยายความสัมพันธ์ไปยังเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก, เจ้าอาวาสวัดใหญ่จอมปราสาท และพระสงฆ์วัดประยุรวงศาวาส

นอกจากนี้ “สีกากอล์ฟ” ยอมรับว่าติดนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ชอปปิงสินค้าแบรนด์เนมวันเดียวสูงถึง 3 ล้านบาท และนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์ครั้งละ 500,000 บาท จนกระทั่งขณะถูกจับกุม เหลือเงินติดบัญชีเพียง 8,000 บาทเท่านั้น
-ช้อปวันเดียว3ล้าน! เปิดคำสารภาพ ‘สีกากอล์ฟ’ ปมชอบพระผู้ใหญ่จากวัยเด็ก

สำหรับคดีนี้ ทางตำรวจ บก.ปปป. ตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พบไฟล์ภาพและคลิปวิดีโอความสัมพันธ์ชู้สาวกับพระสงฆ์มากกว่า 80,000 ไฟล์ ขณะเดียวกันพบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคาร มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 385 ล้านบาท ส่งผลให้เธอถูกดำเนินคดีหลายข้อหาหนัก อาทิ สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ฟอกเงิน และรับของโจร ส่งผลให้พระผู้ใหญ่หลายรูปต้องลาสิกขาอย่างฉับพลัน

2.คดี “สีกาเก็น”

คดีนี้เกิดขึ้นที่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จ.นครปฐม โดยมี นายแย้ม อินทร์กรุงเก่า (ทิดแย้ม) อดีตพระธรรมวชิรานุวัตร อดีตเจ้าอาวาส เป็นผู้ต้องหาหลัก ร่วมกับ น.ส.อรัญญาวรรณ หรือ “สีกาเก็น” อายุ 28 ปี ซึ่งที่จริงแล้ว เดิมที “สีกาเก็น” และแฟนหนุ่ม มีอาชีพขายผักหน้าโรงงานเย็บผ้า รายได้ประมาณ 30,000 บาท/เดือน แต่หลังจากเข้ามาสนิทสนมกับทิดแย้มในปี 2567 เธอกลับกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ทำเลทอง ทั้งบ้านหรู คอนโดมิเนียม และที่ดินในหลายจังหวัด (ปากช่อง, ชลบุรี, เชียงใหม่, เลย, ราชบุรี) รวมมูลค่ากว่า 41 ล้านบาท ภายในเวลาเพียงปีเดียว
-เปิดคลัง ‘สีกาเก็น’ ฟาดอสังหา 40 ล้าน ปีเดียวรวยอู้ฟู่หลังสนิท ‘ทิดแย้ม’

ตำรวจกองปราบปรามแฝงตัวสืบสวนนานหลายเดือน พบการถ่ายโอนเงินจากบัญชีวัดและมูลนิธิของวัดไปยังสีกาเก็นรวมกว่า 847 ล้านบาท (จากมูลค่าความเสียหายรวมในคดีกว่า 2,000 ล้านบาท) ซึ่งเงินบางส่วนถูกนำไปหมุนเวียนในเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษ จำคุกทิดแย้ม เป็นเวลา 50 ปี ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 147, 157) ส่วนสีกาเก็นและพวกอีก 3 คน ถูกพิพากษา จำคุกคนละ 8 ปี ในฐานะผู้สนับสนุน และ ปปง. ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สิน

3.คดี “สีกาเอ๋”

คดีล่าสุดที่กำลังอยู่ระหว่างการขยายผลอย่างเข้มข้น คือกรณีของ “สมีโชติ” (พระวชิรญาณ วิ.) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” อายุ 47 ปี ซึ่งเคยประสบภาวะล้มละลายและมีหมายจับค้างเก่าคดีปุ๋ยปลอมปี 2563 ได้เข้ามาเป็นโยมอุปัฏฐากตั้งแต่ปี 2550 ก่อนจะได้รับสิทธิสัมปทานขายพลุ ประทัด วัตถุมงคล และของแก้บนภายในวัด ซึ่งสร้างรายได้เงินสดหมุนเวียนมหาศาล

ตรวจพบการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดเพื่อรับเงินบริจาค การเช่าพระ และการปรับปรุงวัด รวมมูลค่ากว่า 215 ล้านบาท แต่กลับมีการลักลอบถ่ายโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของสีกาเอ๋และบุคคลใกล้ชิด ซึ่งแนวทางสืบสวนพบความเสียหายเฉพาะส่วนตัวสีกาเอ๋กว่า 92 ล้านบาท (และขยายผลยึดทรัพย์กลุ่มเครือข่ายรวมกว่า 720 ล้านบาท) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักของสีกาเอ๋ ตรวจยึดเงินสด 3.59 ล้านบาท, ทองคำแท่งและรูปพรรณหนัก 90 บาท, พระเครื่องเนื้อทองคำ 35 องค์ พร้อมเอกสารสลากออมสินและสมุดบัญชีธนาคารจำนวนมาก
-เปิดอัตราโทษ! ‘หลวงพ่อโชติ-สีกาคนสนิท’ คดียักยอกเงินวัด-ฟอกเงิน โทษสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต

ทั้งนี้ “สีกาเอ๋” ถูกแจ้ง 4 ข้อหาหนัก (สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์, สนับสนุนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ และสมคบ/ร่วมกันฟอกเงิน) โดยตำรวจกองปราบปรามกำลังร่วมกับ ปปง. ขยายผลผู้ร่วมกระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 1-2 คน..