เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่องจนทำให้นักศึกษาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ส่งผลให้มหาวิทยาลัยขู่ไม่ให้นักศึกษา เข้าสอบจริงหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากตอบกระทู้ ตนได้บอกกับน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) จะไปหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) หลังจากนั้นได้มีการเสนอกฎหมาย ตนได้พูดคุยว่ามีปัญหาเรื่อง กยศ. ที่ยังไม่สามารถโอนเงิน ให้กับมหาลัยได้ ในช่วงเดือนแรก เพราะยังมีปัญหาอยู่ ทางมหาวิทยาลัยจึงขู่นักศึกษาว่า หากยังไม่โอนเงินให้นักศึกษา จะไม่มีสิทธิ์สอบ ซึ่งหลังจากที่นายยศชนัน ทราบเรื่องได้พูดคุยกับทางอธิการบดีทั่วประเทศแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่มีปัญหา
นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของเงินงบประมาณในปี 2569 ที่ไม่เพียงพอกับกยศ.นั้น อีก 8 วันจะเริ่มปีงบประมาณใหม่ในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณ ในส่วนของกองทุน กยศ. เพิ่มขึ้นจากปี 2569 เกือบสองเท่าจาก 5,000 ล้านบาทเป็น 9,000 ล้านบาท ทั้งที่หน่วยงานอื่นลดลงทั้งหมด จะบอกว่ารัฐบาล ไม่ให้ความสำคัญกับ กยศ. ถ้าพูดแบบนั้น ก็จะเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับทางรัฐบาล รัฐบาลเพิ่มเงิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค.นี้จะสามารถเข้าไปใช้ได้ หลังจากที่ประกาศใช้ ซึ่งเงินจะเข้าไปหนุนในระบอบบของกยศ.ต่อไป
เมื่อถามว่าปัญหาหลักคือการเบี้ยวหนี้ กยศ.ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ปัญหาหลักของกยศ.นั้น มีคนที่อยู่ในระบบกยศ.ถึง 3.6 ล้านคน จากตัวเลขที่น่าตกใจคือมีเพียง 1 ล้านคนเท่านั้น ที่เป็นลูกหนี้ดี ก็คือเป็นคนที่ชำระหนี้ ตามเวลาส่วนอีก 2.6 ล้านคนเป็นผู้ที่ผิดนัดการชำระหนี้ถือเป็น 60 % ปัญหาใหญ่ที่ กยศ.ไม่สามารถไปดำเนินการ กับจำนวนคน ที่ไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาได้ ต้องย้ำว่าจำนวน 2.6 ล้านคนนี้ต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มแรก ยังอยู่ในสภาวะว่างงานอยู่ ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองซึ่งตรงนี้ต้องยกเว้นให้
อย่าไปรีดเลือดกับปู ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มที่มีรายได้ แล้วแต่เลือก ที่จะไม่ชำระหนี้ให้กับ กยศ.ซึ่งกลุ่มนี้ต้องไปหาให้เจอว่า อยู่ที่ไหนอย่างไร และจะไปเรียกเก็บหนี้ได้อย่างไร กลุ่มคนที่ชำระอยู่ 1 ล้านคน เป็นคนที่อยู่ในระบบ ซึ่งยังมีกลุ่มที่เป็นข้าราชการบ้าง หรือนักศึกษาที่มีงานทำ อยู่ในบริษัทเอกชน และมีเงื่อนไขที่ตกลง กับบริษัทเอกชนว่า หลังจากเงินเดือนออกแล้ว ให้หักให้กับกองทุน ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ ที่ต้องทำอยู่แล้ว กยศ.ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือ เรียกได้ว่าตามน้ำ มีการหักเงินคืน ตามระบบอยู่แล้ว ดังนั้นความท้าทายของกยศ.คือจำนวนคน 2.6 ล้านคน ใครคือผู้ที่มีรายได้แล้ว และพร้อมมีสถานะ ที่จะชำระเงินให้กับ กยศ.และไปพูดคุยในการเก็บหนี้ให้ได้
นายภราดร กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ที่กยศ.ไม่ทราบว่า มีบุคคลว่างงาน และเป็นหนี้ กยศ. อยู่จำนวนเท่าไหร่ รวมถึงไม่มีการระบุสถานะของลูกหนี้ กยศ.ว่าใครอยู่ในสถานะไหน พร้อมชำระหนี้หรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ กยศ. ซึ่งกยศ.ยังไม่มีการบริหารจัดการ ได้ดีเท่าที่ควร เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้ที่มีรายได้ จะมีเงินหมุนเวียนในบัญชี แต่ยังย้ำว่าโจทย์ใหญ่ คือการให้คนจำนวน 2.6 ล้านคน ที่ค้างชำระหนี้กยศ. มาชำระให้ได้ ไม่จำเป็นต้องได้ทั้งหมด แต่ขอประมาณ 30-40 % ของจำนวนนี้ เพียงแค่หาทางให้กลุ่มคนเหล่านี้ มาชำระหนี้ให้ได้รัฐบาล แทบจะไม่ต้องให้เงิน สนับสนุนเข้าไปในระบบ กยศ.
นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีการสวมสิทธิ์กู้กยศ.ว่า เป็นเรื่องรายละเอียด ที่กยศ. ต้องไปประสานงาน กับทางมหาวิทยาลัย และคนรับผิดชอบต้องเป็นคนอนุมัติ คนอนุมัติก็คือมหาลัย ที่ปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์



