เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าของการตรวจสอบโครงการ TH-AI passport ว่า เรื่องการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ TOR กำหนดไว้ ข้อตกลงคุณธรรม ปกติต้องเข้าร่วมตั้งแต่การร่าง TOR แต่ตามไทม์ไลน์ในวันที่ 12 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้รับอนุมัติเงิน 1,650 ล้านบาท วันที่ 18 พ.ย. 2568 ยื่นขอเข้าข้อตกลงคุณธรรม วันที่ 15 ธ.ค. 2568 ประกาศร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยไปแล้วก่อนที่คณะกรรมการจะประชุมตัดสินใจ วันที่ 17 ธ.ค. 2568 คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตมีมติไม่คัดเลือก TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม ด้วยเหตุผลว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างล่วงเลยขั้นตอนการจัดทำร่าง TOR แล้วจึงไม่เข้าเงื่อนไข

นางการดี กล่าวต่อว่า สำหรับตนเห็นว่าไม่ใช่เหตุที่จะทำให้เราปล่อยผ่านไปได้ ซึ่งใน TOR เดิมกำหนดไว้ชัดในข้อ 3.16 ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรมกรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในข้อ 3.15 กำหนดว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ปกติทั่วไปเราต้องเริ่มโครงการข้อตกลงคุณธรรม ตั้งแต่ร่าง TOR วันนี้ก็เห็นชัดว่าเป็นการรีบทำไปก่อน รีบทำอย่างรวดเร็ว แม้ว่า TOR ของตัวเองเป็นข้อกำหนดไว้ ก็ออกมาอย่างที่เห็นว่าแม้จะไม่ร่วมโครงการ แต่ก็ยังเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป ถ้าจะมากล่าวอ้างว่าทำให้โครงการนี้เสียเวลาก็ต้องบอกว่าไม่เสียมาก เพราะการเริ่มต้นใหม่และมีผู้สังเกตการณ์จะทำให้กระบวนการเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งกว่า

“โครงการนี้ทำผิดในกฎเกณฑ์ตัวเอง ที่เขียนเอาไว้เองแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ขอตั้งคำถามว่าแล้วโครงการนี้จะไปอย่างไรต่อ TOR ที่ทำ กรรมการจัดซื้อจัดจ้างปล่อยผ่านสิ่งนี้ไปได้อย่างไรมีความผิดหรือไม่ ทำให้โครงการนี้ยังเป็นโครงการที่ทำได้โดยชอบอีกหรือเปล่า เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งคำถามและเร่งให้ สตง. เข้าตรวจสอบ” นางการดี กล่าว

เมื่อถามว่า รมช.ดีอี ระบุว่า เอกสารในรายงานการประชุม มีการระบุเหตุผลชัดเจนว่า โครงการนี้ล่วงเลย TOR มาแล้ว ดังนั้น การทำงานในลักษณะข้อตกลงคุณธรรม ถือว่าผิดขั้นตอน ตนเฝ้าถามหาตลอด ว่าโครงการใหญ่ โครงการซับซ้อนขนาดนี้ ทำไมไม่เอาผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสังเกตการณ์ หากทำถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องมาวุ่นวายกันเรื่องนี้มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ

ส่วนว่าเป็นเจตนาหมกเม็ดหรือไม่ นางการดี กล่าวว่า ตนไม่กล้ากล่าวหาในเจตนา แต่ตอนนี้ความผิดพลาด และกรรมที่เกิดขึ้นแล้วกับกฎที่ สดช. ได้เขียนเอง ทำเองทั้งหมด อนุมัติเองด้วย และวันนี้อยากให้มีการชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้หมายความว่า ความพยายามที่จะทำให้ความโปร่งใส มันจะหมดความรับผิดชอบไปจากผู้บริหาร และเมื่อไปรับทราบมาแล้ว ยังมีโครงการอื่นที่ไม่ได้รับคัดเลือก อาจจะเป็นเรื่องระยะเวลา หรืองบประมาณ แต่สุดท้ายแล้วหากเกิน 1,000 ล้านบาท บางโครงการก็ต้องไปเริ่มหาข้อตกลงคุณธรรมด้วยตัวเอง และกลับมาเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับทราบจากผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย.