เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ในพื้นที่ที่น้ำท่วมก่อนวันที่ 1 ต.ค.2569 แล้วยังคงท่วมอยู่จะเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ว่า อันนี้จะได้รับการเยียวยาภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำหรับประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนจะครอบคลุมเหตุที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569

เมื่อถามว่านับจากวันเริ่มเกิดเหตุใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะนับเป็นภัยพิบัติแบบครั้งๆ อย่างกรณีที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. เราต้องใช้งบประมาณตามกฎหมายป้องกันภัย แต่โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ถือว่าดีกว่า เพราะจะครอบคลุมเป็นกรณีๆ ด้วยเป็นครั้งๆ ด้วย โดยมีเงื่อนไขตามที่กฎหมาย ปภ. กำหนด 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ภาพนายอนุทินขณะตรวจโรงครัวพรรคภูมิใจไทย พร้อมเรียกร้องให้นายอนุทิน เข้าประชุมสภาที่อยู่ระหว่างพิจารณาญัตติน้ำท่วม นายอนุทินไม่ตอบคำถาม โดยกล่าวสั้นๆ ว่า “ไม่เอาแล้ว ไปแล้ว” แล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าประเมินฝ่ายค้านจะนำเรื่องน้ำท่วมมาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน 

ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ว่า เหตุการณ์ที่ต่อเนื่องอยู่จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัย คนที่จะเข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยนั้นจะเริ่มเวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 ต.ค.2569 โดยเราใช้การยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ตีเส้นไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกันภัยตรงนี้จะได้รับการคุ้มครองที่รวดเร็วกว่าและชัดเจนกว่า ประชาชนสามารถรู้ตัวเลขได้ชัดเจนว่าได้รับการเยียวยา 10,000 บาทแน่ๆ จะได้วางแผนใช้เงินตรงนี้อย่างไร ส่วนการซ่อมแซมบ้านเรือนจะใช้วิธีเหมาจ่าย โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2569 ยกตัวอย่าง หากน้ำสูง 50 เซนติเมตรจะได้รับการเยียวยา 10,000 บาท โดยไม่ต้องมานั่งสำรวจความเสียหายอีกต่อไป และหลักเกณฑ์ของประกันภัยนั้นหากจังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติหรือประสบภัยจริงจะเข้าหลักเกณฑ์เลย ไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพ โดยจะได้รับเงินภายใน 15 วัน 

นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนนี้ให้การครอบคลุมเหตุน้ำล้อมด้วย ซึ่งตรงนี้ใช้เวลาในการเจรจานานมาก และโครงการนี้ยังครอบคลุมบ้านเรือนที่ไม่มีบ้านเลขที่ด้วย ต่างจากการเยียวยาก่อนหน้านี้ที่กรมการปกครองจะสำรวจตามบ้านเลขที่เป็นหลัก และประกันภัยจะเยียวยาครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน วงเงินสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท หากเกินยอดตรงนั้นไปแล้วรัฐบาลจะเป็นผู้เยียวยาโดยหลักเกณฑ์เดียวกันกับประกัน 

เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำที่ประชาชนกังวลว่าจะเข้ากรุงเทพฯเพิ่มเติม นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำซึ่งผันจาก กทม. ก่อนออกสู่อ่าวไทยระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่เราจะประคองให้ค่อยๆ ยกตัว โดยประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เราจะได้แจ้งเตือนประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยจากน้ำป่าหรือน้ำท่วมขังจากฝนที่ตกลงมาสถานการณ์จะดีขึ้นใน 1-2 วันนี้.