เหตุการณ์ระทึกบนเครื่องบินของสายการบินฟลายดูไบ ซึ่งผู้ช่วยนักบินใช้มีดทำร้ายกัปตันระหว่างเที่ยวบิน กำลังจุดกระแสถกเถียงอีกครั้งเกี่ยวกับข้อเสนอให้เครื่องบินโดยสารติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพภายในห้องนักบิน เพื่อช่วยคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการบิน โดยเฉพาะในกรณีที่การกระทำของนักบิน หรือเหตุขัดแย้งภายในห้องนักบินเกี่ยวข้องกับการสอบสวนอุบัติเหตุ


ปัจจุบัน เครื่องบินโดยสารต้องติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงและข้อมูลการบิน ซึ่งสามารถบันทึกเสียงสนทนาของนักบิน ตลอดจนการเคลื่อนไหวของสวิตช์และระบบควบคุมต่าง ๆ เกือบทั้งหมด แต่ยังไม่มีข้อบังคับในลักษณะเดียวกันสำหรับอุปกรณ์บันทึกภาพ


กรณีของฟลายดูไบเกิดขึ้นกับเครื่องบินโบอิ้ง 737 ซึ่งเดินทางจากนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินดิ่งลงมากกว่า 4,267 เมตร ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ก่อนสามารถกลับมาควบคุมสถานการณ์ได้ หลังผู้โดยสารและลูกเรือบุกเข้าไปในห้องนักบิน เพื่อหยุดผู้ก่อเหตุและช่วยประคองเครื่องบิน


ภาพบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่งต่อเจ้าหน้าที่สอบสวน ในการตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องนักบิน และเหตุการณ์ดำเนินไปตามลำดับอย่างไร โดยคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นทีเอสบี) เคยผลักดันให้มีข้อบังคับติดตั้งกล้องบันทึกภาพในห้องนักบิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบเพิ่มเติม จากเครื่องบันทึกเสียงและข้อมูลการบิน


อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานนักบินและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบินบางส่วนคัดค้านแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของนักบิน รวมถึงความเสี่ยงที่ข้อมูลภาพจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ส.ค. 2568 คณะผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) และภาคอุตสาหกรรมการบิน แนะนำให้เอฟเอเอไม่กำหนดข้อบังคับเรื่องกล้องบันทึกภาพในห้องนักบินของเครื่องบินโดยสาร ขณะที่เอฟเอเอยังคงมีท่าทีเพียงว่า อยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอแนะดังกล่าว


ประเด็นนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังเกิดเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ของแอร์อินเดีย ตกเมื่อปี 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 260 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน รายงานสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ถูกเลื่อนจากตำแหน่ง “ทำงาน” ไปเป็น “ตัดการจ่ายเชื้อเพลิง” ก่อนเครื่องบินตก และนักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า เป็นผู้เลื่อนสวิตช์หรือไม่ แต่ได้รับคำปฏิเสธ


สำนักข่าวบลูมเบิร์กเคยรายงานเมื่อเดือน ม.ค. ปีนี้ว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนในอินเดียมุ่งความสนใจมากขึ้นไปที่ความเป็นไปได้ว่า การกระทำโดยเจตนาของนักบินอาจเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมดังกล่าว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยการบินบางส่วนสงสัยแนวทางนี้มานานแล้ว แต่หากมีภาพจากห้องนักบิน ก็อาจช่วยให้เห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนขึ้น


อุบัติเหตุของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินเอ็มเอส 990 เมื่อปี 2542 เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้เอ็นทีเอสบีผลักดันเรื่องกล้องบันทึกภาพในห้องนักบิน โดยเครื่องบินตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งรัฐแมสซาชูเซตส์ ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 217 คนเสียชีวิต


แม้เครื่องบันทึกเสียงและข้อมูลการบินจะให้ข้อมูลว่า ระบบควบคุมการบินอัตโนมัติถูกปิด คันเร่งถูกลดลง และสวิตช์เชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ทั้งสองถูกเลื่อนไปยังตำแหน่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิง แต่ภาพจากห้องนักบิน อาจช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าใจการกระทำของนักบินได้ละเอียดกว่าข้อมูลที่มีอยู่


ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2569 มีการนำเอไอมาใช้สร้างเสียงสนทนาในห้องนักบินขึ้นใหม่ จากการวิเคราะห์สเปกโตรแกรม ที่เอ็นทีเอสบีเผยแพร่ระหว่างสอบสวนเหตุเครื่องบินขนส่งของยูพีเอสตก ที่เมืองหลุยส์วิลล์ ในรัฐเคนทักกี เมื่อเดือน พ.ย. 2568


เอ็นทีเอสบีต้องปิดระบบฐานข้อมูลการสอบสวนต่อสาธารณะเป็นการชั่วคราว เพื่อนำไฟล์ดังกล่าวออก พร้อมย้ำว่า หน่วยงานไม่มีนโยบายเผยแพร่ไฟล์เสียงจากห้องนักบิน เนื่องจากกฎหมายสหรัฐห้ามเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ ด้วยเหตุผลด้านความอ่อนไหวและความเป็นส่วนตัวของการสื่อสารภายในห้องนักบิน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS