เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่บริษัท Infineon Technologies Manufacturing (ประเทศไทย) จังหวัดสมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้าร่วมพิธีเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ของบริษัท Infineon Technologies Manufacturing (ประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กำลัง และโมดูลกำลังขั้นสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมและบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ และเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

ฐานการผลิตแห่งใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเป็นโรงงานอัจฉริยะที่ใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง มีขีดความสามารถด้านการผลิตขั้นปลาย (Advanced Back-end Manufacturing) ครอบคลุมกระบวนการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตโมดูลกำลัง และเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกชิ้น รวมถึงการทดสอบเวเฟอร์ โดยใช้ห้องคลีนรูมและระบบอัตโนมัติในระดับสูง รองรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูง สำหรับภาคยานยนต์ ภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ตลอดจนมีขีดความสามารถในการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ นายอเล็กซานเดอร์ กอร์สกี้ (Mr. Alexander Gorski) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท Infineon Technologies และนายมิชาเอล ไรเฟินชทูล (H.E. Mr. Michael Reiffenstuel) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ ปัจจุบันฐานการผลิตของ Infineon ในประเทศไทยมีการจ้างงานประมาณ 350 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 คน เมื่อเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ Infineon ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะช่วยสร้างบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานคุณภาพสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นายกฯ กล่าวแสดงความยินดีกับ Infineon ในโอกาสเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ พร้อมระบุว่า การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ไม่เพียงสำหรับการดำเนินธุรกิจของ Infineon ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับเยอรมนี ซึ่งมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่เข้มแข็งมาอย่างยาวนาน พร้อมย้ำว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงานให้แก่ประชาชนไทยในระยะยาว
นายกฯ กล่าวย้ำว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โรงงานผลิตชิประดับแนวหน้าในยุโรปจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับฐานการผลิตขั้นปลายที่มีเทคโนโลยีสูงและมีความยืดหยุ่น เพื่อให้กระบวนการผลิตครบวงจรและสามารถรองรับตลาดโลกได้ โดยประเทศไทยพร้อมก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมโยงสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก

นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์กำลัง ชิปตรวจจับสัญญาณ และโฟโตนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของ Infineon โดยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่าน 5 เสาหลัก พร้อมเร่งนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกลไก Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าจากการตัดสินใจสู่การดำเนินการจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายกฯ กล่าวชื่นชม Infineon ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ของไทย ทั้งการรับสมัครและพัฒนาวิศวกรทักษะสูง การเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเข้ารับการฝึกอบรมในต่างประเทศ ตลอดจนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนาหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อยกระดับกำลังคนคุณภาพสูงรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต พร้อมย้ำว่า รัฐบาลอำนวยความสะดวกในการนำผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ในไทย ผ่านการปรับปรุงกระบวนการวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) และการอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตทำงานสำหรับบุคลากรทักษะสูง เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน การวิจัยและพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่บุคลากรไทย.



