วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร จัดพิธีถวายกองทุนนิตยภัตร ครั้งที่ 153 ปีที่ 13 ประจำเดือนก.ย. 2569 เพื่อถวายอุปถัมภ์พระภิกษุ สามเณร และแม่ชี ที่ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีสนามหลวง ของสำนักเรียนวัดโมลีโลกยารามและวัดต่างๆ โดยมี ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ เป็นประธานนำคณะเจ้าภาพฝ่ายฆราวาสและคณะศรัทธาทั้ง 18 คณะ ร่วมกันรวบรวมมหากุศลถวายเข้ากองทุน จำนวน 736 ทุน (ทุนละ 500 บาท) ถวายแด่พระภิกษุสามเณรเพื่อนำไปใช้เป็นเบี้ยยังชีพรายเดือน ค่ายานพาหนะ ซื้อตำราเรียน และเป็นทุนการศึกษาสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา

พระพรหมวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม กล่าวสัมโมทนียกถา ว่า การศึกษาภาษาบาลีเปรียบเสมือนเข็มทิศและรากแก้วอันสำคัญในการรักษาพระธรรมวินัย พระภิกษุสามเณรผู้เป็นศาสนทายาทเมื่อได้รับทุนไปแล้ว ต้องใช้ทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องฝึกฝนอบรมตนเองให้มีวิริยอุตสาหะ มีความอดทน มีสติปัญญา เพื่อเติบโตไปเป็นผู้รู้ ผู้ปฏิบัติ และผู้เผยแผ่พระธรรมคำสอนได้อย่างถูกต้อง
ด้าน ดร.บุญมา แพ่งศรีสาร กล่าวว่า ร่วมอุปถัมภ์กองทุนนิตยภัตรมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 7–8 ปี ซึ่งตนเองบวชเรียนเป็นสามเณรมาตั้งแต่อายุ 12 ปี เป็นเด็กชนบทจากจ.ขอนแก่น นั่งรถไฟเข้ามากรุงเทพฯ มารับการศึกษาที่วัดมหาธาตุฯ มีเงินติดตัวเริ่มต้นชีวิตเพียง 30 บาท แต่ด้วยโอกาสทางการศึกษาของคณะสงฆ์ ทำให้สามารถสอบได้นักธรรมเอก ประโยค 1–2, ป.ธ.3, ป.ธ.5 และ ป.ธ.6 พร้อมสำเร็จปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) ก่อนจะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศอินเดีย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในเวลาต่อมา หากวันนั้นไม่ได้บวชเรียน คงไม่มีโอกาสก้าวมาถึงจุดนี้ได้ เพราะครอบครัวเป็นเกษตรกรไม่มีศักยภาพส่งเสียเรียน ระบบการศึกษาของวัดและภาษาบาลีจึงเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาและเพิ่มศักยภาพชีวิต

“จากประสบการณ์ที่เคยบวชเรียนและรับใช้พระผู้ใหญ่มานาน เห็นว่าการสร้างวัตถุต้องใช้งบประมาณมหาศาล และเมื่อกาลเวลาผ่านไปวัดก็อาจกลายเป็นวัดร้าง แต่การสร้างคน คือการต่อยอดและต่ออายุพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เพราะภาษาบาลีเป็นคู่มือสำคัญที่นำไปสู่ธรรมะ และทำให้ผู้เรียนเติบโตเป็นคนดีของสังคม ขอให้สามเณรทุกรูปมีกำลังใจ มุ่งมั่น ขยันอดทน เพราะการทำงานให้พระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ไม่เคยให้ใครทำฟรี ย่อมได้รับผลตอบแทนทั้งแก่ตนเองและสังคมรอบข้างอย่างแน่นอน” ดร.บุญมา กล่าว



