จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จนส่งผลต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆ ที่มีปริมาณมาก จนหลายๆ คนต่างมีความกังวลว่าจะกระทบกับพื้นที่น้ำท่วม ซ้ำรอยหรือไม่นั้น

หากเราดูระดับปริมาณน้ำจาก 5 เขื่อน ที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งต้องมีการปรับระดับการระบายน้ำ โดยอิงข้อมูลจาก “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” และ “กรมชลประทาน” ได้รายงานสถานการณ์เขื่อน ประจำวันที่ 1 ต.ค. พบเขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำเกินความจุ และอยู่ในระดับเฝ้าระวังสูงสุด จนต้องเร่งระบายน้ำฉุกเฉิน ดังนี้..

เช็กสถานการณ์น้ำ 5 เขื่อน ปรับการระบายน้ำ (ณ เวลา 12.00 น.)
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ลพบุรี)
ความจุที่รองรับ 960 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้น้ำเกินความจุเก็บกักแล้ว พุ่งสูงถึง 109% (951 ล้าน ลบ.ม.) เร่งระบายออกวันละ 19.87 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนขุนด่านปราการชล (นครนายก)
ความจุที่รองรับ 224 ล้าน ลบ.ม. น้ำเกือบเต็มเขื่อนอยู่ที่ 97% (217 ล้าน ลบ.ม.) ระบายออกวันละ 1.27 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนเจ้าพระยา (ชัยนาท)
ระดับน้ำเหนือเขื่อน + 17.79 ม.รทก. แนวโน้มเพิ่มขึ้น ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนสูงถึง 2,400 ลบ.ม./วินาที

เขื่อนแม่กลอง (กาญจนบุรี)
ระดับน้ำเหนือเขื่อน 22.68 ม.รทก. เร่งระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำ 2,195 ลบ.ม./วินาที

เขื่อนวชิราลงกรณ (กาญจนบุรี)
ความจุที่รองรับ 8,860 ล้าน ลบ.ม. น้ำเกือบเต็มเขื่อนอยู่ที่ 99% (8,737 ล้าน ลบ.ม.) ระบายออกวันละ 40.44 ล้าน ลบ.ม.