สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ เรียกร้องเกาหลีเหนือฟื้นฟูความไว้วางใจ และกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังสองฝ่ายเพิ่งตอบโต้กันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับเหตุทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร (ดีเอ็มซี)
อีกล่าวถึงเรื่องนี้ ในสุนทรพจน์เนื่องในวันกองทัพเกาหลีใต้ว่า หวังว่าเกาหลีเหนือจะร่วมเดินหน้าสู่การฟื้นฟูความไว้วางใจและการกลับมาเจรจา หลังการติดต่อระหว่างสองฝ่ายหยุดชะงักมาเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน ผู้นำเกาหลีใต้ให้คำมั่นจะเดินหน้ามาตรการที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความตึงเครียดทางทหารระหว่างสองเกาหลี
อีย้ำเป้าหมายผลักดันการถ่ายโอนอำนาจการบัญชาการปฏิบัติการในช่วงสงครามจากสหรัฐกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเกาหลีใต้ โดยระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระยะยาวในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศด้วยตนเอง
สำหรับแผนปฏิรูปกองทัพในภาพรวม ผู้นำเกาหลีใต้กล่าวว่า มีแผนพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ให้แล้วเสร็จ ภายในช่วงกลางทศวรรษ 2030 พร้อมยกระดับระบบป้องกันขีปนาวุธ รวมถึงระบบบัญชาการและควบคุมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และระบบสกัดกั้นด้วยเลเซอร์พลังงานสูง
President Lee Jae Myung pledged Thursday to continue taking practical steps to reduce military tensions with North Korea and urged Pyongyang to join efforts to restore dialogue.https://t.co/uHFcBjpWLc
— The Korea Times (@koreatimescokr) October 1, 2026
นอกจากนี้ เกาหลีใต้จะขยายขีดความสามารถด้านเอไอ ปรับโครงสร้างกองทัพให้รองรับรูปแบบการทำสงครามในอนาคต และเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบป้องกันประเทศ 3 แกนหลัก ซึ่งมุ่งตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามจากขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวัน หลังเกาหลีใต้และกองบัญชาการสหประชาชาติ (ยูเอ็นซี) ระบุว่า เกาหลีเหนือละเมิดข้อตกลงสงบศึกสงครามเกาหลี จากเหตุทหารเกาหลีใต้ 3 นายได้รับบาดเจ็บ จากการเหยียบทุ่นระเบิด ระหว่างลาดตระเวนในเขตดีเอ็มซี เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมกล่าวหาว่าเกาหลีใต้สร้างหลักฐานและบิดเบือนผลการตรวจสอบ รวมถึงเตือนว่าเกาหลีเหนืออาจดำเนินมาตรการตอบโต้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



