สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงซันติอาโก ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า คาสต์ประกาศร่างงบประมาณฉบับแรก นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีชิลี เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าการใช้จ่ายจะยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายการขาดดุลของรัฐบาล และให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสวัสดิการสังคม

“รัฐบาลของเราคาดว่า การใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในอัตราระหว่าง 0-1% โดยเราตัดสินใจที่จะเพิ่มงบประมาณอีก 0.5% เพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงาน” คาสต์ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ คาสต์กล่าวว่า รัฐบาลของเขารับช่วงต่อสถานะทางการคลังที่รัฐใช้จ่ายเกินตัวมานานกว่าสิบปี ส่งผลให้เกิดภาระหนี้สินก้อนโตและต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งเขากล่าวโทษอดีตประธานาธิบดีกาเบรียล บอริก ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาการคลังสาธารณะตึงตัว

อย่างไรก็ตาม ผู้นำชิลีกล่าวว่า ทางออกไม่ใช่เพียงมาตรการรัดเข็มขัดเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการใช้จ่ายแบบเจาะจงเป้าหมายที่มีแหล่งเงินทุนรองรับ พร้อมกับเสริมว่า เงินทุก ๆ 1,000 เปโซชิลี (ราว 34 บาท) ที่รัฐใช้จ่ายไปนั้น จำนวนมากกว่า 600 เปโซชิลี (ราว 21 บาท) ถูกจัดสรรให้กับภาคส่วนที่รัฐบาลต้องการปกป้องอยู่แล้ว เช่น เงินบำนาญ สาธารณสุข และการศึกษา

นอกจากนี้ งบประมาณของคาสต์ยังครอบคลุมถึงการจ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจและทรัพยากรเรือนจำ ตลอดจนทรัพยากรเพื่อรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การอพยพ และองค์กรอาชญากรรม ซึ่งสะท้อนถึงประเด็นความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ที่เป็นหัวใจสำคัญในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของเขา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS